iconUser Login or Register
banner
Magazine > Product Review > Cleansing Water & Dual Phase Cleanser
SHARE STORE:
 
Cleansing Water & Dual Phase Cleanser

Cleansing Water & Dual Phase Cleanser

Added on 14 Mar 2011 in Product Review

วันนี้จะมาแนะนำ Cleanser เพิ่มเติมต่อจากคราวที่แล้วนะคะ หลายคนคงจะเคยเห็น เคยรู้จัก หรือเคยใช้ Cleansing milk หรือ Cleansing oil กันมาพอสมควรแล้ว คราวนี้เลยอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก Cleanser เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางแบบที่ไม่ใช่กลุ่มน้ำมันกันค่ะ เจ้า Cleanser ที่ว่านี้คือ Cleansing Water และ Dual Phase Cleanser แต่ก่อนอื่นเนี่ย เราก็มาทำความรู้จักกับเค้าทั้ง 2 กันก่อนนะคะ

     ตัวแรกเจ้า Cleansing Water จากชื่อที่มีคำว่า water ก็อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจนะคะว่า น้ำสามารถล้างเครื่องสำอางออกได้จริงหรอ ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะ จริงๆแล้วมันไม่ใช่น้ำทั้งหมดหรอกนะคะแต่เป็นชนิดหนึ่งของตัวทำละลายอย่างอ่อนหรือที่เรียกว่า Solvent ผสมกับ Emulsifier พอเรานำมาเช็ดเครื่องสำอาง เจ้าสองตัวนี้ก็จะไปละลายเครื่องสำอางที่เป็นพวกไม่ละลายน้ำออกมาได้ค่ะ Cleansing Water มีข้อดีก็คือจะไม่มัน ไม่เหนียวเหมือนพวกน้ำมัน แต่ก้อมีข้อจำกัดนิดนึงนะคะ คือ จะเหมาะกับผู้ที่แต่งหน้าไม่จัดมาก ก็เพราะเค้าไม่ใช่ oil จึงละลายเครื่องสำอางได้ไม่มากเท่าพวก Cleansing oil ค่ะ ส่วนวิธีใช้ ไม่ต้องนวดนะคะ ทำตามนี้เลยค่า

     1. เท Cleansing Water ลงบนสำลีสะอาดให้เปียกชุ่ม แล้วค่อยๆเช็ดผิวหน้าให้ทั่ว
     2. ทำซ้ำจนกระทั่ง สำลีไม่มีคราบหรือสิ่งสกปรกติดออกมา
     3. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือโฟมล้างหน้าก็ได้ แล้วแต่ผิวหน้าและการแต่งหน้าของแต่ละคนค่ะ
     ต่อมาเจ้า Dual Phase Cleanser ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่นะคะ แต่ดูได้ง่ายๆค่ะ คือ เจ้าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะมีของเหลวแยกชัดเป็น 2 ชั้น โดยชั้นหนึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก ซิลิโคนหรือEmollient ผสมกับตัวทำละลายอย่างอ่อน และอีกชั้นหนึ่งจะมีส่วนผสมของน้ำ ซึ่งจุดประสงค์ของชั้นแรกนั้นก็คือ ไปละลายพวกเครื่องสำอางออกมาเพราะเครื่องสำอางจะมีส่วนประกอบทั้งที่เป็นซิลิโคนและน้ำมันค่ะ ส่วนที่สองที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักเพื่อให้เมื่อใช้เช็ดหน้าไปแล้ว ไม่มันหรือเหนียวเหนอะหนะจนเกินไปและช่วยละลายส่วนประกอบของเครื่องสำอางบางส่วนที่ละลายน้ำได้อีกด้วย เจ้าตัวนี้จึงใช้ได้กับเครื่องสำอางที่ล้างออกง่ายหรือยากได้หมดเลยค่ะ วิธีใช้ก็คล้ายๆเจ้าตัวแรก เพียงแต่ต้องเขย่าขวดให้เข้ากันก่อนใช้ อย่าลืมเชียวนะคะ >.<
     1. เขย่าขวดให้ทั้ง 2 ชั้นเข้ากันดี
     2. เทลงบนสำลีสะอาด (ก่อนที่จะแยกชั้นกลับเหมือนเดิมนะคะ) ให้สำลีเปียกชุ่ม แล้วค่อยๆเช็ดให้ทั่ว
     3. ทำซ้ำจนกระทั่ง สำลีไม่มีคราบหรือสิ่งสกปรกติดออกมา
     4. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือโฟมล้างหน้าก็ได้ แล้วแต่ผิวหน้าและการแต่งหน้าของแต่ละคนค่ะ
*บริเวณที่มีเครื่องสำอางมากหรือหนา เช่นเปลือกตา อาจใช้สำลีชุบน้ำยาจนชุ่มวางไว้สักครู่แล้วค่อยเช็ดออก จะเช็ดออกได้สะอาดและง่ายขึ้นค่ะ
     ตอนนี้เราก้อรู้จักกับ Cleansing Water และ Dual Phase Cleanser กันแล้วนะคะ แต่อาจจะยังนึกภาพไม่ค่อยออก งั้นเรามารู้จักหน้าตาของเค้ากันเลยดีกว่าค่ะ ^^

Cleansing Water


1. Mistine: Aquaclear Cleasing Water
ราคา : 119 บาท / 45 mL , 159 บาท / 100 mL
ความรู้สึกในการใช้ : เป็นสูตรที่ปราศจากน้ำมัน แอลกอฮอล์ และน้ำหอม นะคะ จึงไม่ระคายเคืองต่อผิวค่ะ อาจจะต้องใช้การเช็ดนานหน่อยนะคะ ถึงจาขจัดเครื่องสำอางออกได้หมด แต่โดยรวมก็ถือว่าโอเคเลยล่ะค่ะ ^^
คะแนน : 8/10

2. H2O : Face Oasis Cleansing Water
ราคา : 650 บาท/118 mL , 1480 บาท/243 mL
ความรู้สึกในการใช้ : เจ้าตัวนี้ใช้ตอนหน้าแห้ง พอนวดๆแล้วจะกลายเป็นน้ำนม คล้ายๆกับเวลาใช้ออย เมื่อเช็ดทำความสะอาดแล้วหลังล้างหน้าก็ไม่แห้งตึงดีค่ะ เหมาะสำหรับคนแต่งหน้าไม่จัดนะคะ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือว่าน้ำหอมนะคะ อีกทั้งยังมี Nymphaea Alba Flower ช่วยให้ผิวกระจ่างใส Secale Cereale (Rye) Seed Extracts หรือข้าวไรย์ ช่วยทำให้ผิวยืดหยุ่นอีกด้วย รวมๆแล้วถือว่าโอเคค่ะ แต่ราคาแอบแพงไปนิด
คะแนน : 9/10

3. Etude: Cleansing Dream Fresh Cleansing Water
ราคา : 340 บาท/150 mL
ความรู้สึกในการใช้ : ETUDE ตัวนี้มีขวดที่น่ารักดีค่ะ เช็ดหน้าได้สะอาดดีค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆอีกด้วย แต่ขวดเล็กไปหน่อยใช้ไม่นานก็หมดแล้ว มีส่วนผสมของ Nymphaea Alba Flower และ Secale Cereale (Rye) Seed Extracts หรือข้าวไรย์ เหมือนใน H2O Face Oasis Cleansing Water
คะแนน : 8/10

4. Skin Food: Aloe Vera Cleansing Water
ราคา : ประมาณ 300 บาท/200 mL
ความรู้สึกในการใช้ : เจ้าตัวนี้มีส่วนผสมของ aloe และ cucumber ช่วยให้ผิวหน้านุ่ม ชุ่มชื้นหลังการเช็ด ก็ทำความสะอาดได้นะคะหากแต่งหน้าไม่จัดนะคะ ไม่งั้นต้องเช็ดด้วย Cleansing milk ก่อนแล้วค่อยตามด้วยเจ้าตัวนี้ หรือว่าต้องเช็ดหลายรอบหน่อย บางคนก็บอกว่าแสบๆบ้าง อาจทำให้บางคนเกิดการแพ้ได้ค่ะ
คะแนน : 8/10

5. Skin Food: Black Sugar Deep Cleansing Water
ราคา : 300 บาท / 250 mL
ความรู้สึกในการใช้ : เช็ดหน้าได้สะอาดดี เหมาะสำหรับคนผิวแห้งนะคะ อ่อนโยนต่อผิวดี อีกทั้งยังให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย กลิ่นก็เหมือนมาร์คน้ำตาลดำ ที่เป็นตัวดังของ Skin food หากเป็นคนที่แต่งหน้าจัดก็อาจต้องทำความสะอาดหลายรอบหน่อยนะคะ ขวดปั๊มสามารถล๊อดกดได้ด้วยนะคะ สะดวกดี พกพาได้ ^ ^
คะแนน : 9/10

6. Cleansing express : Cleansing water
ราคา : 380 บาท/380 mL และรุ่น age care 450 บาท
ความรู้สึกในการใช้ : ในตัว Cleansing water เจ้า Cleansing express จะไม่มีการใส่สี ใส่น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ แล้วก็สารที่ทำให้ผิวระคายเคือง ถือว่าเป็นตัว Cleansing water ที่คนพูดถึงเยอะมากอีกตัวหนึ่ง โดยจะมีอยู่ 4 รุ่น คือ สีเขียวจะเป็นรุ่น Sebum เหมาะสำหรับคนผิวผสม-มัน มีสารสกัดจากชาเขียว ถั่วเหลืองและวิตามินอี ซึ่งช่วยในการกระชับรูขุมขน ให้ความชุ่มชื้นหน้าไม่แห้งตึง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนะคะ แปปเดียวก็ล้างออกแล้ว ถัดมาจะเป็นรุ่น Moist เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง ผิวผสม ผิวแพ้ง่าย ใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นดีค่ะ ต่อไปสีฟ้าเป็นรุ่น Brightup มีการเพิ่ม Lactic acid เข้ามาซึ่งช่วยให้หน้าขาวใสขึ้น แต่เอาจริงๆก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไร เช็ดแปปเดียวล้างออกแล้ว ตัวสุดท้ายคือรุ่น Age care มีส่วนผสมของ Q10 และ Sodium Hyaluronate ช่วยให้หน้ากระชับเต่งตึง หลังเช็ดทำความสะอาดรู้สึกหน้าสดชื่น ชุ่มชื้นดีมากๆ ค่ะ
คะแนน : 10/10

7. Bioderma Sensibio H2O : Bioderma
ราคา : 850 บาท / 250 mL , 1100 บาท/500 mL
ความรู้สึกในการใช้ : เป็นตัวที่คนพูดถึงเยอะมากอีกเช่นกัน ใช้เช็ดเครื่องสำอางได้หมดจดมากค่ะ ดีมากๆ หน้าสดชื่นดีค่ะ แต่หากจะเช็ดบริเวณดวงตาก็อยากจะให้ใช้ตัวเฉพาะของมันดีกว่านะคะ เจ้าตัวนี้เป็นสูตรสำหรับคนที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย อ่อนโยนต่อการทำความสะอาดผิวที่รอบดวงตา มีสารสกัดจากแตงกวา ช่วยลดการอักเสบแดง อาการแพ้ระคายเคืองของผิวได้อีกด้วย
คะแนน : 10/10

Dual Phase Cleanser


1. Maybelline: Makeup Remover Eye & Lip
ราคา : 129 บาท/70 ml
ความรู้สึกในการใช้ : ล้างเครื่องสำอางได้สะอาดดีมากค่ะ เช็ดเปลือกตาได้ไม่แสบตา ไม่ระคายเคือง ไม่มีกลิ่น มีความรู้สึกลื่นๆ มันๆ หลังเช็ดบ้าง ราคาก็เหมาะสมค่ะ แต่ถ้าแต่งหน้าหนา ใช้เครื่องสำอางชนิดติดทนก็อาจต้องเช็ดหลายรอบหน่อยหรือแปะสำลีชุ่มๆ ทิ้งไว้สักครู่ค่อยเช็ดออก ต้องใช้ปริมาณมากเหมือนกัน ก็จะเปลืองเล็กน้อยนะคะ
คะแนน : 10/10

2. Loreal : eye makeup remover
ราคา : 200 บาท/ 125 mL
ความรู้สึกในการใช้ : คล้ายกับของ Maybelline เลยค่ะ คือล้างออกได้สะอาดดีมาก ไม่แสบตา ไม่ระคายเคือง ไม่มีกลิ่น มีความรู้สึกลื่นๆ มันๆ หลังเช็ดบ้าง แต่ราคาต่อมิลลิลิตรจะถูกกว่านิดหน่อยนะคะ และถ้าแต่งหน้าหนาหรือใช้เครื่องสำอางชนิดติดทนก็ต้องใช้ปริมาณมากเหมือนกันค่ะ
คะแนน : 10/10

3. Paula’s Choice : Gentle Touch Makeup Remover
ราคา : 630 บาท/ 118 ml
ความรู้สึกในการใช้ : เช็ดแล้วหน้าไม่มันเลยค่ะ ทำความสะอาดได้ดีมาก ล้างออกก็ง่าย ใช้เช็ดรอบดวงตากับริมฝีปากได้ด้วย ทั้งยังมีส่วนผสมของ Bisabolol และ Green Tea Leaf Extract ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ antioxidant อีกเวยนะคะ
คะแนน : 8/10
*ขอหักคะแนนนิดนึงนะคะเพราะตอนใช้จะได้กลิ่นเหมือนพวกซิลิโคน และราคาจะสูงกว่า 2 ตัวที่ผ่านมาเล็กน้อยค่ะ

4. Lancome : BI-FACIL Double-Action Eye Makeup Remover
ราคา : 1000 บาท / 125 mL
ความรู้สึกในการใช้ : เป็นน้ำใสๆ ใช้เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณ รอบดวงตา แนวขนตา และริมฝีปากได้สะอาดหมดจด พวกเครื่องสำอางที่ติดทนนาน มาสคาร่ากันน้ำ หรือลิปสติกรุ่นติดทนก็เช็ดออกได้อย่างง่ายดาย อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง และไม่ทิ้งคราบมันด้วยนะคะ
คะแนน : 8/10
*จากราคาที่ค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียวค่ะ
Columnist by นุช ตัวกระเป๋า
credit
Original content
credit
Comments  

#2 poypoy » 2011-04-10 15:52

รีวิวหลากหลายมา กค่ะ
0 +−

poypoy

#1 pammy ha » 2011-03-20 11:41

ขอบคุณสำหรับข้อ มูลนะคะ..
รีวิวได้เจ๋งมาก เลยค่ะ
0 +−

pammy ha

Add comment

Security code
Refresh

banner