iconUser Login or Register
banner
Magazine > LASER AND SURGERY > แก้มตอบ คางสั้น รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน
SHARE STORE:
 
แก้มตอบ คางสั้น รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน

แก้มตอบ คางสั้น รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน

Added on 11 Jan 2011 in LASER AND SURGERY

แก้มตอบ คางสั้น รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน เป็นปัญหาหนึ่ง ที่คนไทยหลายคนกังวลใจ ถึงไม่ใช่คนส่วนมากที่มีพบเจอปัญหานี้ แต่ทว่า ลองถามคนที่มีแก้มตอบ โหนกแก้มใหญ่ดูสิ ว่าเขากลุ้มใจมากน้อยแค่ไหน สารพัดจะหาวิธี กินเท่าไรแก้มก็ไม่อิ่มสักที กลายเป็นไปอิ่มทีพุงที่แขนแทน เราเลยสรุปวิธีการรักษาปัญหาที่ว่านี้ เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาแก้มตอบ ลองไปดูกันเลยคะ ว่ามีวิธีไหนดีๆ บ้าง

1.สำหรับท่านที่อยากเติมแก้ม คาง ให้อิ่ม หรือมีปัญหา รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน เเต่ไม่อยากผ่าตัด Restylane เป็นคำตอบคะ เรามาดูกันคะ ว่าคืออะไร
Restylane (เรสติเลน) คือ HYALURONIC ACID (ไฮยาลูโรนิค แอสิด) ที่มีความคงตัวสูงและไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid, NASHA) จึงปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคือง และ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเมื่อเข้าสู่ผิวหนังจะมีคุณสมบัติในการรวมตัวกับน้ำ และอุ้มน้ำนั้นไว้ ทำให้ผิวหนังที่เป็นริ้วรอยหรือร่องลึกตื้นขึ้น หรือ ตำแหน่งที่ต้องการเติมเต็ม ให้อิ่มขึ้น สามารถนำมา เสริมจมูก เติมแก้ม คาง ปากให้อิ่มขึ้นได้ และมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากร่างกายจะย่อยสลายไปตามธรรมชาติ จึงไม่สะสมภายในร่างกาย ผิวของคุณจึงเรียบเนียนแลดูอ่อนเยาว์ และจะอยู่ได้นานถึง 8-14 เดือน

เมื่อไหร่ที่คุณควรใช้ Restylane

     เมื่อคุณรู้สึกว่าผิวหน้าไม่เรียบเนียน ไม่สม่ำเสมอมีริ้วรอย และร่องลึก หรือต้องการ เสริมจมูก เติมแก้ม คาง ปากให้อิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความสมดุลบนใบหน้าด้วยวิธีที่ปลอดภัย รวดเร็ว ทันที โดยไม่ก่อให้เกิดรอยแผล หรืออาการแพ้ (เห็นผลหลังฉีดทันที )

ผลที่ได้จาก Restylane

     Restylane จะเข้าไปช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่มีริ้วรอย ร่องลึก หรือรอยแผลเป็นให้เรียบเนียนอิ่มเอิบ แลดูอ่อนเยาว์ รวมทั้งเสริมเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการ เพื่อเสริมความงาม อย่างเป็นธรรมชาติให้กับผิวหน้าของคุณ ซึ่งสามารถเห็นผลทันทีหลังการฉีด
     นอกจากนี้ ยังทำให้สารอาหาร, ออกซิเจน และฮอร์โมนต่าง ๆ สามารถซึมผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนังได้ จึงทำให้ผิวเนียนนุ่ม และดูเป็นธรรมชาติ และมีสุขภาพผิวที่ดี

สำหรับท่านที่อยากเติมแก้ม คาง ปาก ปรับรูปหน้า เเต่ไม่อยากผ่าตัด

     ข้อดี หลังฉีดเห็นผลทันที โดยไม่ต้องผ่าตัด
     ข้อเสีย คือจะไม่ถาวร เพราะจะอยู่ได้ 8-10 เดือนเท่านั้น เเต่มีข้อดีคือร่างกายจะสร้างพังผืดเเละคลอลาเจนมาห่ออุ้มไว้ ทำให้เวลายุบตัวไม่กลับมาเเบบเท่าเก่า (เเต่ว่าพังผืดเเละคลอลาเจนนั้นขึ้นอยู่เเต่ละคนไม่เท่ากัน )

ทำไม Restylane จึงปลอดภัยสำหรับคุณ

โดยปกติแล้วร่างกายคนเราหรือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีสาร "ไฮยาลูโรนิค แอสิด" เป็นส่วนประกอบอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งสารนี้ยังสามารถผลิตได้โดยการใช้เทคโนโลยีทางชีวภาพ ซึ่งไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ จึงมีความบริสุทธิ์สูงมากปราศจากสารต่าง ๆหรือสิ่งแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดการแพ้ ซึ่งคนไข้ไม่ต้องผ่านการทดสอบการแพ้ของผิวหนังก่อนฉีด จึงประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้ง Restylane สามารถสลายไปได้ด้วยกลไกตามธรรมชาติในร่างกาย จึงมีความปลอดภัยสูงกว่าสารฉีดเพื่อลบริ้วรอยชนิดอื่นๆ

คุณจะมั่นใจใน Restylane ได้อย่างไร

Restylane เป็นผลิตภัณท์ทางการแพทย์ที่มีรายงานผลความปลอดภัยจากผู้เข้ารับการรักษามาแล้วมากกว่า 1,000,000 ราย ใน 40 กว่าประเทศทั่วโลก มีมาตรฐานการผลิตที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านสุขภาพและความงามจากธรรมชาติ และยังได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก FDA ซึ่งเป็นสถานบันรับรองคุณภาพมาตรฐานจากอเมริกา และยุโรป
นอกจากนี้ Restylane ยังผ่านการรังรองคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งเป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทยจึงทำให้คุณสามารถมั่นใจกับความปลอดภัยของ Restylane ได้

หลังจากฉีด Restylane แล้วควรปฏิบัตตนอย่างไร

-หลีกเลี่ยงการนวด คลึง บริเวณที่ฉีด และห้ามนวดหน้า 1 อาทิตย์
- หลีกเลี่ยงการใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น AHA, BHA หรือ Retinoid gel
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาจำพวกแอสไพริน
- ดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวัน
ดั้งนั้นคุณจะพบว่า Restylane สามารถช่วยให้คุณแลดูอ่อนเยาว์ได้ทันทีอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด
2. การแก้ไขโดยการผ่าตัด เช่น ศัลยกรรม เสริมคาง Chin Augmentation Surgery ช่วยเติมเต็มรูปร่างของคางให้สมบูรณ์ ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว รูปหน้าได้สัดส่วนที่ดีขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางเล็ก คางสั้น หรือ ไม่มีปลายคาง ทำให้ใบหน้าดูสั้นกลม และ หน้าส่วนกลาง ดูกว้างใหญ่และบานออก หรือ ยื่นล้ำกว่า เมื่อเทียบกับใบหน้าส่วนล่าง <ภาพถ่ายก่อนทำ>
ปัญหาที่ต้องแก้ไขคือ ส่วนล่าง ของใบหน้า เพื่อรับกับมิติส่วนบน มิติส่วนกลางใบหน้า เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม จมูก
กระดูกคาง จะเป็นส่วนสำคัญ ที่มีผลต่อรูปทรงของคาง ที่สั้นยาว หรือ ยื่นนูน โดยมีส่วนที่เป็นผิวหนัง ไขมัน กล้ามเนื้อที่ไม่หนา ดังนั้น รูปร่างของคางที่เล็ก สั้น ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาจาก การเจริญเติบโตของส่วนกระดูกคาง การเสริมปรับรูปทรงรูปร่างของคาง จึงต้องใช้วัสดุมาขัดเกลาเพื่อเสริมแทนกระดูก เพิ่มให้รูปทรงคางมีความ ยาว นูน ตามความเหมาะสม สวยงาม ได้สัดส่วนรับกับส่วนอื่นของใบหน้า

ลักษณะปัญหาของคาง

- คางสั้น (ขาดในแนวบนล่าง) จะทำให้ใบหน้าดูสั้น และ สัดส่วนของใบหน้า ส่วนล่างสั้นกว่า ใบหน้าที่มีสัดส่วนสวยงาม
- คางที่ไม่มีความยื่นนูน (ขาดในแนวหน้าหลัง) หรือ คางลาดถอยมาด้านหลัง จะทำให้ใบหน้าส่วนล่าง ยุบ ถอยกว่าใบหน้าโดยรวม ทำให้ขาดมิติของส่วนล่างใบหน้า ปาก และ จมูก จะดูอูมยื่น

ส่วนรูปร่างของคางบางลักษณะ เช่น คางที่เป็นเหลี่ยม ในบางรายสามารถปรับโดยการเสริมคาง ในรูปแบบที่ดูมนขึ้นได้เมื่อแก้ไขปัญหาได้เหมาะสม ตามสัดส่วน จะทำให้หน้าโดยรวมดูยาว และเรียวขึ้นได้

ใช้เวลาทำ

ประมาณ 30 - 60 นาที

ยาที่ใช้

ยาชา จำนวน 3-5 ซี.ซี.

หยุดพัก

สามารถทำงานได้ทันที หากจะพักเพราะเรื่องบวม ประมาณ 4-5 วัน

ผ่าตัดที่

คลีนิค

วิธีการผ่าตัด

(ภาพถ่ายมุมเฉียง ก่อนทำ และ หลังทำ 1 สัปดาห์)ก่อนทำผ่าตัด แพทย์จะวัดส่วนสัดของคางเดิม และ ใบหน้าทั้งหมด แล้วทำการพิจารณาเปรียบเทียบกับ สัดส่วนใบหน้าที่สวยงาม ทีละตำแหน่งของคาง ว่าที่จะเสริม จุดใดบ้าง และเพิ่มเท่าไร ถึงจะเหมาะสม แล้วจึง นำค่าที่ได้มาใช้ในการเหลา ซิลิโคน และ ต้องให้เข้ารูปพอดีกับฐานคางเดิม เมื่อได้ ซิลิโคนที่เหมาะสมแล้ว จึงนำไปผ่านการฆ่าเชื้อ ใช้เวลาเตรียมซิลิโคน 30-45 นาที
หลังจากนั้น เป็นขั้นตอนการเตรียมทำความสะอาดบนใบหน้าและช่องปาก ก่อนจะทำการเสริมคาง แพทย์จะวาดเส้นแนวกึ่งกลางคาง และ ทำเครื่องหมาย ตำแหน่ง ขอบเขต คางที่จะแก้ไข เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ชัดเจนแน่นอน หลังจากนั้นให้ยาชา บริเวณคางทั้งหมดจะรู้สึกชา แพทย์จะทำความสะอาดด้านในปากเพิ่มเติม สำหรับใช้เป็นแผลทางเข้าของซิลิโคน ยาวประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร
หลังจากทำให้เกิดช่องว่างใต้กล้ามเนื้อ และ อยู่ชิดบนกระดูกคาง ตามแนวขอบเขตที่วางแผนไว้ ก็จะนำซิลิโคนที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว เสริมเข้าทางแผลในปากไปอยู่ในเนื้อที่ว่างดังกล่าว ซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกคางเดิม ตรงตำแหน่งที่ต้องการ ภายในช่องที่จำกัดพอดี ทำให้ไม่สามารถขยับไปมาหรือเคลื่อนที่ได้ หลังจากปรับแต่งรูปทรงซิลิโคนและตรวจสอบจน คางได้รูปทรงที่สวยงามแล้ว ก็จะทำการเย็บแผลปิดด้วยไหมละลาย ให้สนิทแน่น ไม่ให้น้ำลายเข้าแผลได้

แผลผ่าตัด

แผลจะซ่อนอยู่ ด้านในร่องซอกริมฝีปากล่าง ยาว 1.5 - 3 เซนติเมตร มองจะไม่เห็นแผลจากภายนอก ไหมจะละลายเองภายใน 10 วัน ไม่ต้องตัดไหม(ภาพถ่ายทันทีหลังทำเสร็จ)

เตรียมตัวก่อนทำ

ไม่ต้องอดอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ไม่อิ่มเกินไป แปรงฟันให้สะอาด ก่อนมาทำผ่าตัด

การดูแลหลังทำ

1. นอนศีรษะสูง 2 วัน สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ (ช่วยให้บวมน้อยและยุบบวมได้เร็ว)
2. ประคบเย็นตรง คางให้บ่อยที่สุด นาน 2 วัน หรือ จนกว่าจะยุบบวม (ช่วยให้บวมน้อยและยุบบวมได้เร็ว)
3. อย่ารับประทานอาหารเผ็ดจัด หรือดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ 7 วัน (ป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก ทำให้บวมมากขึ้น)
4. ทำกิจวัตรประจำวันที่ไม่หนักได้ตามปกติ งดออกกำลังกายหนัก 10 วัน
5. สามารถ แปรงฟันได้ แต่ระวัง ไม่ให้กระแทกบริเวณแผล
6. ระวังการกระแทกบริเวณคาง หรือ นั่งค้ำดันคาง งดรับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยว มีการขยับกรามมาก โดยเฉพาะในช่วง 3 สัปดาห์แรก (ป้องกันไม่ให้มีแรงมากระทบให้ซิลิโคนมากเกินไป จนอาจจะขยับ ก่อนที่จะติดแน่น) ถ้าเผลอถูกกระแทก ให้โทรติดต่อแพทย์

วัสดุที่ใช้

ซิลิโคน คุณภาพสูงได้มาตรฐานระดับใช้ทางการแพทย์ (Medical grade) ถ้าเป็นที่แก้ม หรือหน้าผาก ก็จะมี silicone ตามรูปแบบนั้น

ข้อจำกัด

1. คางที่ลักษณะสั้นมาก ควรจะต้องใช้ วิธี ศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง (sliding chin surgery) ไม่เหมาะที่จะ เสริมด้วยซิลิโคน เพราะจะต้องใช้ซิลิโคนขนาดที่ใหญ่มาก
2. คางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากัน จากโครงกระดูกคาง เมื่อเสริมซิลิโคนจะทำให้บิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้ต้อง วินิจฉัยโรคที่เป็น และ แก้ไขสาเหตุก่อน
3. คางสั้น หรือ ถอยไปด้านหลัง ที่มีความผิดปกติเรื่องการสบฟัน กรณีต้องให้แพทย์วินิจฉัยว่า ควรใช้วิธีศัลยกรรมชนิดใดจึงจะเหมาะสม เช่น การทำ ศัลยกรรม เลื่อนกรามพร้อมคาง ( bilateral sagital split osteotomy surgery ) หรือ ศัลยกรรม ตัดเลื่อนกระดูกคาง (sliding chin surgery)
4. คางที่เคยฉีด ซิลิโคนเหลว หรือ สารอื่น มาก่อน รูปทรงของคางจะควบคุมได้ยาก จาก ซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิว หรือ สารที่ตกค้างในเนื้อ

ค่าใช้จ่าย

22,000 บาท

การดูแลแก้ไขผลผ่าตัดที่ไม่พึงประสงค์

การทำ ศัลยกรรม ทุกชนิด ย่อมมีโอกาสที่จะมีผลอันไม่ต้องการได้บ้าง ( risks and complications)

ลักษณะที่เกิดขึ้น แตกต่างกันตามแต่วิธีการ ผ่าตัด

โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้น และความสามารถที่จะให้การดูแลแก้ไขให้กลับมาใกล้เคียงปกติเมื่อเกิดขึ้น มีความแตกต่างกันในแพทย์แต่ละท่าน ขึ้นกับ ตวามรู้ และ ประสบการณ์ หากศัลยแพทย์ มี ความรู้ และ มี ความระวัง ป้องกัน สิ่งที่อาจเกิดขึ้น และ เลือกใช้วิธีที่เหมาะสม กับคุณ โอกาสที่เกิดผลที่ไม่ต้องการย่อมน้อยลงมาก

3.การเสริมแก้ม คาง ด้วยไขมันตนเอง

เซลล์ไขมัน(fat cells) เป็นเนื้อเยื่อของร่างกายตัวเอง มีประโยชน์มากมายทางการแพทย์ และสามารถนำมาใช้เพื่อเติมเต็มส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี เพราะมีปริมาณที่มากพอ และเมื่อปลูกเซลล์ไขมันติดแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ใกล้เคียงกับเซลล์ธรรมชาติ คือ พัฒนาตามความสมบูรณ์ของร่างกาย ดังนั้นการเสริมแก้มด้วยเซลล์ไขมันของตัวเอง ยังคงเป็นเทคนิคมาตรฐานอยู่ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเรื่องเปอร์เซ็นต์เซลล์ไขมันที่ปลูกสำเร็จประมาณ 30-80%
ปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกติดของเซลล์ไขมันขึ้นกับเทคนิคการนำเซลล์ไขมันมาใช้ หากทำด้วยความนิ่มนวล และมีการเก็บเซลล์ที่ดีก็จะสามารถนำเซลล์ไขมันที่ดีไปปลูก ขึ้นกับรายละเอียดการผ่าตัดทำช่องให้เซลล์ไขมันอยู่สบายๆ ไม่ใช่ใส่เข้าไปมากๆ เผื่อไว้มากๆ แล้วจะได้ผลดี เหมือนปลูกเมล็ดพันธุ์พืช ต้องวางให้กระจายกันพอควร เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงเซลล์ได้เพียงพอ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังแปรตามสภาพการหายหรือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายแต่ละคน จึงต้องเข้าใจว่าหลังการปลูกเซลล์ไขมันเพื่อเสริมแก้มแล้ว มีโอกาสที่จะยังไม่ได้ผลมากพอตามที่ต้องการ และต้องการการปลูกเซลล์เพิ่มขึ้นได้อีก แต่เซลล์ที่ปลูกสำเร็จแล้ว จะคงอยู่ตลอดไป
ผลข้างเคียงที่พบได้ เช่น มีเลือดออกในโพรงที่ใส่เซลล์ไขมันเข้าไป มีโอกาสทำให้เกิดเยื่อพังผืดแทนที่เลือด คลำเป็นก้อนแข็งๆ ส่วนใหญ่สามารถหายได้เอง ใช้เวลาหลายสัปดาห์ ส่วนปัญหาที่รุนแรงอื่นพบได้ไม่บ่อย เช่น กระทบกระเทือนเส้นประสาทบริเวณใบหน้า ทำให้เกิดปัญหาปากเบี้ยวได้ เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แพทย์จะระมัดระวังอย่างเต็มที่ เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้วการแก้ไขยุ่งยากมาก<>

การผ่าตัดเสริมแก้มด้วยไขมัน ถือเป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงต่ำ ถ้าแพทย์ให้การใส่ใจในทุกขั้นตอน ยังไม่สามารถทดแทนด้วยทางเลือกอื่น ยังไม่แนะนำให้เสริมด้วยสารสังเคราะห์ใดๆ

ขอบคุณข้อมูล

เรื่อง ฉีดเติมแก้ม คาง ปรับรูปหน้าด้วย Restylane พญ.ธวลิดา เวชชวณิชย์ ศูนย์ผิวหนังเลเวอร์ศัลยกรรม รพ.พระรามเก้า
เรื่อง ผ่าตัดเสริมจมูก Louise Plastic Surgery Clinic
Comments  

#1 สุภจิรา » 2011-01-16 14:19

ถ้าต้องการเสริม แก้มด้วยRestyla neราคาประมาณเท่ าไรคะ
และถ้าRestylane สลายไปไม่หมดแล้ วจะเหลือประมาณก ี่เปอร์เซ็นต์บน ใบหน้าคะ
0 +−

สุภจิรา

Add comment

Security code
Refresh

banner