SHARE STORE:
“เสริมนิด สะกิดดั้ง”
Added on 10 Jan 2011 in LASER AND SURGERYหัวข้อ ในการเขียนบทความวันนี้มันช่างดูน่ารักจุ๋มจิ๋ม จังนะคะ “เสริมนิด สะกิดดั้ง” มันคืออะไร แท้จริงแล้วมันก็คือการเสริมจมูกโดยทั่วไปนี้แหละคะ ไม่อะไรพิเศษไปกว่าสิ่งใด เพียงแค่เดี๊ยนตั้งชื่อไม่ให้มันดูน่ากลัว ก็แค่นั้นเองแหละ ด้วยวิธีการเสริมจมูก อาจจะแบ่งได้ 2 วิธี ก็คือ 1.การผ่าตัด และ 2.การฉีดด้วย Restylane
ด้วยเหตุที่เดี๊ยนชอบดู ซี่รีย์หนังเกาหลีเป็นชีวิตจิตใจเลยก็ว่าได้ เรื่องมันเลยเกิดตรงที่ว่า นางเอกเกาหลีมันช่างสวยน่ารักซะเหลือเกินใบหน้าดูเข้ารูป ปากนิด จมูกหน่อย ด้วยความที่ว่าบังเอิญๆ กระจกวางใกล้มือซะด้วยสิคะ เลยหยิบมาส่อง ซะ แทบกรี้ดดดดดดดดด มองไปหน้าทีวี ราวกับนางฟ้านางสวรรค์ แต่ไหงพอมาส่องกระจก กลับเจอนางยักษ์ ขมูขี แล้วเมื่อไหร่ชาตินี้ เราจะหาสามีดีๆ กับเค้าได้ซะทีเนี่ย T_T
มันช่างน่าเวทนาตัวเองซะเหลือเกินเลยคะ (อันนี้คือประสบการณ์จริง 55+) ทว่า อยากมีแฟนเหมือนพระเอกเกาหลีบ้างเราก็ฝันไปไกลซะเกินเอื้อมถึง คิดไปคิดมาหลายตลบ เลยปิ้งไอเดียขึ้นมาว่า เอาหละนะ ครั้ง 1 ในชีวิต (เกิดมาทั้งที) ชาตินี้ต้องหาสามีให้ได้ 555+ ตลกตัวเองซะจริงๆ (คิดได้ไงฟะ)
มันช่างน่าเวทนาตัวเองซะเหลือเกินเลยคะ (อันนี้คือประสบการณ์จริง 55+) ทว่า อยากมีแฟนเหมือนพระเอกเกาหลีบ้างเราก็ฝันไปไกลซะเกินเอื้อมถึง คิดไปคิดมาหลายตลบ เลยปิ้งไอเดียขึ้นมาว่า เอาหละนะ ครั้ง 1 ในชีวิต (เกิดมาทั้งที) ชาตินี้ต้องหาสามีให้ได้ 555+ ตลกตัวเองซะจริงๆ (คิดได้ไงฟะ)
แล้วเราจะเริ่มต้นยังไงดีหละเนี่ย งั้นเริ่มจากผิวหน้าก่อนละกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไร ในเมื่อผิวเราก็เรียบเนียนสวยอยู่แล้ว ดูตาก็โอเคดี นิหว่า มันก็เหลืออยู่อย่างเดียวนี้แหละคะ คือ “จมูก” ซึ่งมันแบนราบ ไปกับผิวหน้า (อันนี้ก็คือเรื่องจริง 55+) ความคิดนี้เลยครุกรุ่นอยู่ในสมองอันเล็กๆ ของเดี๊ยนตลอดเวลา และจะมีเสียงแววในหัวตลอดเลย “ เสริมจมูก เสริมจมูก เสริมจมูก เสริมจมูก....” เป็นแบบนี้เรื่อยไปในทุกครั้งที่เดี๊ยนล้างหน้าแล้วมันต้องส่องกระจก
เพื่อนแต๋ว : ฮาหลิ๋ว (คล้ายๆ ฮาโหล) หล่อนตื่นรึยัง? !!!(อยากจะบอกมันมากๆ ว่า ไม่ตื่น กรู จะรับโทสับเมิงได้มั้ย)
เดี๊ยน : ฮาโหลลลลลล (ด้วยเสียงยานๆ) ตื่นแล้ววววว(ยานอีกเช่นเคย)มีอาราย ครายจะตายโทรมาเช้าเชียว
เพื่อนแต๋ว : วันนี้สายๆ ชั้นว่าจะชวนหล่อนออกบ้านไปทำธุระหน่อย ไปเป็นเพื่อนชั้นหน่อยสิ
เดี๊ยน : ม่ายอาวกรูง่วง เมื่อคืนกรูนอนตี4 เพิ่งกลับจากดริ้งค์มาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (เสียงยังยานๆเหมือนเดิม)
เพื่อนแต๋ว : อ่าวหรอ แล้วชั้นจะไปกลับใครละเนี่ย
เดี๊ยน : แล้วหล่อนจะไปไหน(เกิดอาการอยากรู้นิดๆ เพราะมันต้องธุระจำเป็น ถ้าไม่จำเป็นมันคงไม่โทรมาเช้าขนาดนี้)
เพื่อนแต๋ว : ชั้นว่าจะไปคลีนิคทำจมูก จะไปปรึกษาหมอเรื่องทำจมูก ถ้าเค้าโอเคก็จะทำเลย ชั้นเลยอยากให้หล่อนไปเป็นเพื่อน เพราะถ้าทำเลยมันเสร็จหล่อนจะได้แบกชั้นกลับด้วยเลย
เดี๊ยน : (ทันใดนั้นเองเมื่อได้ยินว่าจะไปคลีนิคทำจมูก)(เสียงใสปิ้ง ไม่ยานแล้ว) OK!! ตกลง กรูไป กี่โมง ตอนนี้เลยมั้ย แกเข้ามาเลยนะ กรูจะอาบน้ำละ มารับเลยก็ได้ รถจะติด เดี๋ยวไปช้าไม่ทันการ!!! เร็วเลย ด่วนนน(ด้วยอาการดีใจสุดขีด)
เพื่อนแต๋ว : หล่อนเป็นไรมากป่าวเนี่ย เมื่อกี้ยัง...... มันด่ามาเป็นชุด 55+ คลีนิคเปิด 11 โมง หล่อนจะรีบไปทามมาย อีบ้า
เดี๊ยน : อ่าวไม่รู้แหละ เข้ามาเลยละกัน กรูรอ 9 โมงเช้าเมิงต้องถึงบ้านกรูนะ -*- ( บังคับอีกแหนะ สรุปแล้วตัวเดี๊ยนหรือเพื่อนแต๋วเดียนจะทำกันแน่)
เดี๊ยน : ฮาโหลลลลลล (ด้วยเสียงยานๆ) ตื่นแล้ววววว(ยานอีกเช่นเคย)มีอาราย ครายจะตายโทรมาเช้าเชียว
เพื่อนแต๋ว : วันนี้สายๆ ชั้นว่าจะชวนหล่อนออกบ้านไปทำธุระหน่อย ไปเป็นเพื่อนชั้นหน่อยสิ
เดี๊ยน : ม่ายอาวกรูง่วง เมื่อคืนกรูนอนตี4 เพิ่งกลับจากดริ้งค์มาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (เสียงยังยานๆเหมือนเดิม)
เพื่อนแต๋ว : อ่าวหรอ แล้วชั้นจะไปกลับใครละเนี่ย
เดี๊ยน : แล้วหล่อนจะไปไหน(เกิดอาการอยากรู้นิดๆ เพราะมันต้องธุระจำเป็น ถ้าไม่จำเป็นมันคงไม่โทรมาเช้าขนาดนี้)
เพื่อนแต๋ว : ชั้นว่าจะไปคลีนิคทำจมูก จะไปปรึกษาหมอเรื่องทำจมูก ถ้าเค้าโอเคก็จะทำเลย ชั้นเลยอยากให้หล่อนไปเป็นเพื่อน เพราะถ้าทำเลยมันเสร็จหล่อนจะได้แบกชั้นกลับด้วยเลย
เดี๊ยน : (ทันใดนั้นเองเมื่อได้ยินว่าจะไปคลีนิคทำจมูก)(เสียงใสปิ้ง ไม่ยานแล้ว) OK!! ตกลง กรูไป กี่โมง ตอนนี้เลยมั้ย แกเข้ามาเลยนะ กรูจะอาบน้ำละ มารับเลยก็ได้ รถจะติด เดี๋ยวไปช้าไม่ทันการ!!! เร็วเลย ด่วนนน(ด้วยอาการดีใจสุดขีด)
เพื่อนแต๋ว : หล่อนเป็นไรมากป่าวเนี่ย เมื่อกี้ยัง...... มันด่ามาเป็นชุด 55+ คลีนิคเปิด 11 โมง หล่อนจะรีบไปทามมาย อีบ้า
เดี๊ยน : อ่าวไม่รู้แหละ เข้ามาเลยละกัน กรูรอ 9 โมงเช้าเมิงต้องถึงบ้านกรูนะ -*- ( บังคับอีกแหนะ สรุปแล้วตัวเดี๊ยนหรือเพื่อนแต๋วเดียนจะทำกันแน่)
9 โมงเช้า รถมาจอดเทียบท่ารอหน้าบ้าน เดี๊ยนรีบขึ้นรถโดยทันที ด้วยอาการระริกระรี้ จากนั้นเราสองคนก็เริ่มสนทนาเรื่อง เสริมจมูกกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่เพื่อนเดี๊ยนก็งงว่า ทำไมเดี๊ยนถึงสนใจมากขนาดนี้ (เพราะเดี๊ยนไม่เคยบอกใครเลยว่าอยากเสริม) เพราะปกติเดียนอยากสวยแบบธรรมชาติมากกว่า (ธรรมชาติลงโทษละสิไม่ว่า) แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ อายุ ก็จะ 30 ละ แฟนซักคนยังไม่มี คนเรามันต้องอัพเดทกันหน่อย ชิมิคะ 555+
ถึงคลีนิคก็ประมาณ 11 โมงเช้าเลยคะเราก็เข้าไปปรึกษาหมอเลยคะ เพื่อนเดี๊ยนมันถามหมอต่างๆนานาๆ เดี๊ยนก็นั่งฟังไปเรื่อยๆ (หูผึ่ง) ด้วยข้อมูลมากมายหลายอย่างเกี่ยวกับการเสริมจมูก พอจับใจความได้ว่า
การผ่าตัดจะทำให้จมูกดูดีขึ้น แต่การผ่าตัดไม่สามารถที่จะทำให้ผลดีออกมา 100% ตามที่ท่านคาดหวัง ท่านต้องเผื่อใจไว้บ้าง หากท่านคิดว่าทำใจไม่ได้ก็อย่าไปผ่า (เรื่องนี้เดี้ยนเตรียมใจมานานละ ยังไงก็จะทำ 55+) ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็จะมี ดังนี้คะ
ถึงคลีนิคก็ประมาณ 11 โมงเช้าเลยคะเราก็เข้าไปปรึกษาหมอเลยคะ เพื่อนเดี๊ยนมันถามหมอต่างๆนานาๆ เดี๊ยนก็นั่งฟังไปเรื่อยๆ (หูผึ่ง) ด้วยข้อมูลมากมายหลายอย่างเกี่ยวกับการเสริมจมูก พอจับใจความได้ว่า
การผ่าตัดจะทำให้จมูกดูดีขึ้น แต่การผ่าตัดไม่สามารถที่จะทำให้ผลดีออกมา 100% ตามที่ท่านคาดหวัง ท่านต้องเผื่อใจไว้บ้าง หากท่านคิดว่าทำใจไม่ได้ก็อย่าไปผ่า (เรื่องนี้เดี้ยนเตรียมใจมานานละ ยังไงก็จะทำ 55+) ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็จะมี ดังนี้คะ
ชนิดของการผ่าตัดแก้ไขความไม่สมดุลของจมูก
1. ลดขนาดของจมูก ส่วนที่มีปัญหาได้แก่เนื้อจมูก hump ปลายจมูก และรูจมุกกว้าเกินไป การผ่าตักแก้ไขอาจจะต้องผ่าตัดเอากระดูก และกระดุกอ่อนเอาเพื่อขนาดของจมูก2. เพิ่มขนาดของจมูกได้แก่พวกที่มีจมูกเล็ก หรือไม่มีดั่งจมูก การผ่าตัดก็ใช้วิธีเสริมดั่งจมูกโดยใช้ซิลิโคน หรือกระดูกอ่อนจากร่างกายตัวเองเสริม
3. แก้ไขความพิการของจมูก เช่นสันจมูกคด จมูกเบี้ยวเป็นต้น
ข้อจำกัดของการผ่าตัด
• การผ่าตัดจะเพื่อความงามหรือแก้ไขความพิการไม่สามารถแก้ได้ 100% ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ถึงข้อจำกัดดังกล่าว• คุณไม่สามารถเลือกรูปร่าง หรือขนาดของจมูกจากหนังสือ เนื่องจากลักษณะใบหน้าหรือส่วนประกอบของใบหน้าไม่เหมือนกัน จมูกแต่ละแบบก็เหมาะสำหรับใบหน้าแต่ละแบบ
• การผ่าตัดจมูกเป็นการแก้ไขความไม่สมดุล มิใช่การแกะสลัก
• การผ่าตัดจมูกไม่สามารถผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออกมากเกินไป เพราะจะทำให้จมูกไม่คงรูป
• ผิวหนังบริเวณจมูกก็ไม่สามารถตัดทิ้งมากได้เหมาะจะทำให้เกิดการดึงรั้ง
• ลักษณะผิวหนัง อายุ และความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับจมูก จะเป็นข้อจำกัดของการผ่าตัด
การวางแผนการผ่าตัด
เมื่อสาวๆ ตัดสินใจว่าเอาละชาตินี้จะต้องเปลี่ยนรูปร่าง หรือขนาดของจมูก เพราะมองกระจกทีไรมันหงุดหงิดหัวใจจริงๆ ท่านจะต้องเลือกแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะแพทย์ที่ทำการผ่าตัดมีทั้งแพทย์ที่เป็นแพทย์ธรรมดาทั่วไป แพทย์ที่รักษาหูคอจมูก แพทย์ศัลยกรรมทั่วไป แพทย์ศัลยกรรมพลาสติก ท่านจะต้องเลือกแพทย์โดยดูจากความรู้ ประสบการณ์ของแพทย์ เมื่อท่านได้เลือกแพทย์แล้วท่านต้องปรึกษากับแพทย์ว่าท่านต้องการจมูกแบบไหน เมื่อแพทย์ทราบความต้องการของท่าน แพทย์จะพิจารณาว่าทำได้หรือไม่เพราะการที่จะทำให้ดูดีจะต้องคำนึงถึงปัจจัยอย่างอื่น เช่นหน้าสั้น หรือยาว หน้ากลมหรือแบน คางสั้นหรือยาวเป็นต้น แพทย์อาจจะไม่ทำตามความต้องการของท่านก็ได้หากพิจารณาแล้วว่าทำไม่ได้หรือไม่น่าดู
เมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าสามารถผ่าตัดแก้ไขความพิการได้ แพทย์ก็จะอธิบายวิธีการเตรียมตัวก่อนมาผ่าตัด เช่นการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำ การสูบบุหรี่ให้งดสูบบุหรี่สักระยะหนึ่งเพราะการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรรับประทานยาแก้อักเสบเพราะจะทำให้เกิดเลือดออกง่าย และการผ่าตัด โรคแทรกซ้อน สถานที่ผ่าตัด ระยะพักพื้น ที่สำคัญอย่าลืมถามราคา เพราะอาจจะทำให้ท่านเป็นลมเลยก็ได้ และให้ถามอีกว่า หากต้องผ่าตัดแก้ไขจะต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่ โดยทั่วไปจะผ่าตัดที่คลินิก นอกเสียจากว่าจะต้องผ่าตัดใหญ่หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัวจำเป็นต้องดูและระหว่างผ่าตัดอย่างใกล้ชิด แพทย์จะแนะนำให้ผ่าในโรงพยาบาล
การระงับความรู้สึกหรือยาชา โดยมากแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ให้ท่าน สำหรับท่านที่แก้ไขมากหรือตื่นตระหนก แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาคลายความวิตกกังวลแก่ท่าน สำหรับท่านที่ใช้การดมยาสลบท่านก็จะหลับตลอดการผ่าตัด
การผ่าตัด
โดยมากการผ่าตัดใช้เวลา 1 ชั่วโมงสำหรับรายที่ทำยาก หรือแก้ไขความพิการก็อาจจะใช้เวลามากกว่านี้ ในการผ่าตัดแพทย์จะผ่าตัดผิวหนังบริเวณรูจมูก แต่แพทย์บางท่านก็ผ่าผิวหนังบริเวณขอบจมูก เพื่อแยกให้เห็นกระดูกจมูก แพทย์แก้ไขรูปทรงโดยการเลาะกระดูกอ่อนทั้งหมด หรือแก้ไขบางส่วน หรือใส่วัสดุเทียมแทนที่กระดูกจริง แต่งให้ได้รูปทรง แล้วจึงเย็บปิด หลังผ่าตัดเสร็จแพทย์จะทำการดามจมูกของท่านเพื่อให้ได้รูปทรง ในรูจมูกอาจจะใส่พลาสติกเล็กเพื่อให้จมูกได้รูปทรงเมื่อผ่านไปได้ 2 วันจึงเอาออกหลังผ่าตัด
หลังผ่า 24 ชั่วโมงคุณจะรู้สึกปวดศีรษะ ปวดบริเวณจมูก บวมบริเวณใบหน้าให้นอนหนุนหมอนสูง และให้พักมากที่สุด ช่วงแระจะมีอาการเขียวคล้ำของขอบตาจะเป็นมากที่สุดใน 2-3 วันแรกซึ่งเกิดจากเลือดไปคั่ง การดูแลให้ประคบเย็นจะทำให้ยุบบวม หลังจากผ่าตัด 2 สัปดาห์อาการบวมหรือเขียวคล้ำจะหายไป
ช่วยหลังผ่าตัดคุณอาจจะมีเลือดกำเดาไหล แพทย์จะแนะนำมิให้คุณสั่งน้ำมูก มีอาการคัดจมูกเนื่องจากเยื่อบุช่องจมูกบวม
หลังจากผ่าตัด 1 สัปดาห์คุณสามารถไปทำงานได้แต่ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างเช่น การวิ่ง การว่ายน้ำ การก้ม การมีเพศสัมพันธ์ 2-3 สัปดาห์หลังผ่าตัด หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก การขยี้จมูก หรือถูกแดดเผาเป็นเวลา 8 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
หากท่านใส่ contact lens ท่านสามารถใส่ได้ทันที แต่หากท่านสวมแว่น ท่านต้องใช้เทปติดขอบแว่นไว้ที่หน้าผาก จนกระทั่งจมูกแข็งแรงซึ่งใช้เวลา 6-7 สัปดาห์จึงจะสวมแว่นได้ตามปกติ
เอาละคะเดี๊ยนก็นั่งนึกในใจ โอเค หลังจากฟังมาเยอะก็ตัดสินใจ เป็นไงเป็นกัน ผ่าก็ผ่า แต่ก็ก็จะไม่ใช่เดี๋ยวนั้นตอนนั้นหรอกนะคะ เพราะ เดี๋ยวเพื่อนเดี๊ยนจะตกใจเอาซะก่อน 55+ เอาเป็นว่าเดี๊ยนนั่งฟังข้อมูลมาเยอะ จนตัดสินใจผ่าที่คลีนิคนี้แล้ว 100 เปอร์เซนต์คะ แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่าคือเดียนก็นั่งฟัง พยักหน้าตามเพื่อนเดียน ตามหมอ ไปเรื่อยๆ 55+
พอเวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ พวกเราก็ขอตัวกลับ โดยที่เพื่อนเดี๊ยนอ้างว่าขอปรึกษาแฟนมันก่อน (ในใจเดี๊ยนคิดไว้แล้วต้องมาไม้นี้ แล้วอีกอย่าง มีแฟนแล้วหรอวะ?????????? 55+) ที่แท้ มันกลัวคะ 55+ ขำๆ จากนั้นเราก็ไปหาไรกินแยกย้ายกันกลับบ้าน เดี๊ยนถึงบ้านประมาณ บ่าย 3 โมงครึ่ง ( ออ ลืมบอไปคะ ก่อนออกมาจากคลีนิคเดี๊ยนได้แอบเหลือบไปมองว่าคลีนิคเค้าเปิดทำการกี่โมงปิดกี่โมง ได้ความว่า เปิด 11.00 น. – 20.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวัน พฤหัสกับวันจันทร์ ปิดคะ )
กลับไปถึงบ้านเดี๊ยนก็ไม่รีรอที่จะโบกแท็กซี่กลับไปที่คลีนิคอีกรอบ -*- แรงมะ (หลายคนคงงว่า ทำไมไม่ทำตั้งแต่ทีแรกให้เสร็จ) เดี๊ยนจะเฉลยให้คะ...เดี๊ยนก็ไม่รู้ งง เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะ อายเพื่อน + กับลังเลมั้งคะ 55+ พอไปถึงคลีนิคก็ประมาณ 4 โมงกว่าๆ เราก็เข้าไปนั่งรอหมอซักพักก็ได้คิวปรึกษาอีกรอบ (ปรึกษาหลายรอบจัง) แต่รอบนี้พอเข้าไปหมอก็ยิ้มทำหน้างงๆ นึกว่าเราลืมของ (ลืมจริงๆ ลืมดั้ง 55+) เราบอกหมอเลยว่าไม่ปรึกษาแล้วคะ ผ่าตัดเสริมได้เลย
หมอก็งง จะเอาเลยหรอ-*- หมอบอกว่าถ้าจะผ่าต้องนัดล่วงหน้า ดูคิวก่อนนะ รอก็แป๋ว เลยอะ หมอเลยบอกว่าไม่เป็นไร อุตสาห์นั่งกลับมาอีกรอบเดี๋ยวหมอจะลองเช็คคิววันนี้ให้แล้วกัน (คือปกติต้องจองล่วงหน้าประมาณ 2 วันคะ หมอบอก) ด้วยความโชคดีหรือสวรรค์เข้าข้างก็ไม่รู้ คิวผ่าคิวสุดท้ายตอน 1 ทุ่น เค้าโทรมาเลื่อนนัดผ่าพอดี เท่านั้นเดี๊ยนยิ้มแฉ่งเลย โดยที่ไม่รู้ว่าจะเจออะไรรออยู่ข้างหน้า
เราก็กลับออกจากห้องมานั่งเล่นมือถือรออยู่ด้านนอก จนเวลาประมาณ 6 โมง 45 นาที พยาบาลก็มาเรียกให้เราไปเปลี่ยนเสื้อเตรียมเข้าห้อง...เท่านั้นแหละคะ หน้าเราเริ่มซีดเลย 55+ ด้วยอาการกลัวเข็มมากที่สุดนี้แหละ กลัวเข็มมากๆ เราเลยเลี่ยงวิธีเสริมแบบฉีด แต่เราเลือกแบบผ่าแทน เพราะ มันฉีดยาชานิดเดียวเดี๋ยวก็สบายละ (คิดทึกทักเอาเองหมด)
เข้าห้องผ่าดูบรรยายกาศมันหวิวๆ พิกล 55+ มองเป็นเห็นกระจาดเครื่องมือก็แทบเป็นลมแล้วคะ เข็มฉีดยาวางเรียงกัน 5 หลอด -*- เอามาทามมายเยอะแยะเนี่ย หือๆๆๆๆT_T ไหนว่านิดเดียวไง คุณหมอใจร้าย แต่เอาวะ เป็นไงเป็นกัน มาถึงที่จะขึ้นเขียงผ่า เฮ้ย!!!!!!!! เตียงผ่าตัดแล้วนิ จากนั่นเราก็นอนเลยคะหลับตาอย่างเดียวไม่กล้าลืมตา แต่ก็พูดกับหมอว่า ขอยาสลบได้ไหม 55+ บ้าไปแล้วชั้น 55+
หมอก็ขำ อารายจะกลัวขนาดนั้น ไม่เจ็บหรอก แค่ยาชาก็พอ เดี๊ยนหละอยากจะบอกหมอมากๆเลยว่า เข็มฉีดยานี้แหละคะที่เดี๊ยนกลัว ไม่ได้กลัวเจ็บด้วยมีดหรืออื่นๆ ประการใดเลย จากนั่นพยาบาลก็เช็ดมมูกเดี๊ยนด้วยแอลกอฮอลล์........เย็นเจี๊ยบ จับจิต (ตายแน่กรู เดี๊ยนคิดในใจ 55+)
แค่นั้นยังคิดไม่ทันจบ เข็มแรกแทงมาในจมูกเลยคะ มันช่างจื้ดดดดดดดด ถึงใจจริง มือข้างขวาจับขอบเตียงกำแน่น มือด้านซ้ายพยาบาลเอามาจับมือเราไว้ เราบีบมือพยาบาลแทบหักเลยคะ 55+ ก็คนมันเจ็บนิหว่า หมอก็บรรเลง ฉีดยาชาที่จมูกแบบไม่ยั้ง เดียนนับรวมๆ แล้วก็ประมาณ 11 รอบ เข็ม (แทง 11 ครั้ง) แหมยังจะมีอารมณ์มานับอีก 555+
จากนั้นก็ผ่านศึกสงครามในการโดนเข็มมาได้เกือบตายคะ 55+ อันนี้ล้อเล่นนะคะ จากนั้นหมอก็งาวงทำอะไรไม่รู้เหมือนกำลังเหลาดินสออะไรซักอย่างปล่อยให้เดี๊ญนนอนจมูกตึงอยู่บนเตียง ซักพักประมาณ 10 นาทีได้หมอก็กลับมาที่เตียงอีกรอบ พร้อมด้วยเจ้าแท่งสีขาวๆ เพราะเดี๊ยนแอบมองอยู่ มันคือแท่งซิลิโคลนนี้เอง หมอเหลาซะสวยเชียว 55+ แล้วหมอก็มาบีบๆ จับๆ จมูกเดี๊ยนดู แต่ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่รู้สึกอะไรแล้วรูแค่ว่ามันตึง แค่นั้นเองจากกนั้นก็ทำอะไรต่อไม่รู้คะ รู้อย่างเดียว ได้ยินเสียงเหมือน กางเกงขาดอะคะ เสียงแบบนั่นเลยดังเข้ามาในหูชั้นในสุด (เปรียบเทียบเอานะคะ) แต่รู้มั้ยคะว่ามันคือเสียงหมอใช้กรรไกรตัดหนังตัดเนื้อเพื่อเปิดแผลออกนี่เองคะ เหอะๆ
จากนั่นหมอก็จัดแจงยัดแท่งซิลิโคลนเข้าจมูกเดี๊ยนในรอบแรกและจัดทรงดูว่ามันเหมาะมั้ยหมอยัดเข้ามาก็ได้ยินอีกแล้วเสียง เนื้อฉีก สยอง บรื้ออออออออ.... แต่บอกว่ามันไม่เจ็บนะคะ ไม่เจ็บเลยจริงๆ อันนี้ต้องขอบคุณยาชา 11 เข็มแรก T_T มีประโยชน์ แบบนี้นี้เอง 55+ มิน่า ประโคมฉีดซะดั้งแทบพัง
พอหมอยัดซิลิโคลนเข้ารอบแรก หมอคุยอะรกับพยาบาลไม่รู้ชี้นั่นนู้นี้ก็จมูก แล้วเค้าก็ดึงออกอีกรอบ ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่ามีเลือดไหลลงคอคะ พยาบาลก็เอาสายดูดมาใส่ปากเพื่อดูดเลือดสลับกับ เอาผ้าหรืออะไรซักอย่างมากดแผลซับเลือดบริเวณจมูกเดี๊ยน (ขอบอกว่ากดแรงมาก ยังกับไปโกรธใครมาแล้วมาลงกับจมูกเดี๊ยน) พอกดเสร็จ หมอก็ยัดเข้ารอบ 2 ดูทรงจมูกหมอก็ถอดอีก -*- T_T อะไรเนี่ย ทำยังกะเดี๊ยนเป็นหุ่นยนต์เลยอะยัดเข้ายัดออก แล้วพยาบาลก็กดเลือดดูดเลือดออกจากปากเราเช่นเคย
ด้วยวิธีกดแบบเดิม มาถึงรอบที่ 3 ยัดเข้าไปอีกรอบ แล้วก้ดูอีกครั้งครั้งนี้ ทั้ง 2 คน พยักหน้า โอ้ยยยยยยยยยยยยย โล้งอกมากๆ คะ เสร็จซะที เอาเข้าเอาออกหลายรอบมากๆ คงเหลาจนมันได้รูป แหบะคะ จากนั่นพยาบาลก็เย็บแผลให้คะเดี๊ยนก็นอน นิ่งหลังจากเย็บแผลเสร็จประมาณ 10 นาที หมอก็ให้ลุกนั่งพร้อมให้บ้วนปากล้างปาก
แล้วพยาบาลก็เอาแผ่นเทปมาปิดตรงสันจมูกไว้เป็แผ่นทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า เดี๊ยนก็ไม่รู้จะติดไว้ทามมาย -*- เค้าติดให้ก็ติดแหละคะ ถึงบ้านค่อยแกะก็ได้ ลงจากเตียงจะรู้สึกเซๆ หน่อย แต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บจมูกนะคะ55+ ส่องกระจกแล้ว สวยดี เป็นที่พอใจเป็นอย่างมาก จากนั่นก็ไปชำระเงิน และรับยา หมอก็นัดมาตัดไหมอีก 7 วัน
กลับบ้านคะ นั่งแท็กซี่กลับคนเดียว ออ ลืมบอกไปเวลาในการทำประมาณ ครึ่งชั่วโมงนะคะ ต่อ 1 คน เดี๊ยนออกจากคลีนิคประมาณ 19.45 ถึงบ้านก็ราวๆ เกือบ 3 ทุ่ม เพราะรถติดมากๆ เลย พอถึงบ้านเท่านั้นแหละคะ รู้สึกจมูกเริ่มปวดๆ เล็กแต่ยังไม่มาก ตามที่หมอบอกถึงบ้านจะรู้สึกปวดหน่อยๆ 55+ พอดีช่วงนั้นไม่มีคนอยู่บ้านเค้าไปต่างจังหวัดกันหมดคนที่บ้านเลยไม่ได้เห็นผลงาน อีก 3 วันเค้าจะกลับกัน
ตกคืนนั้น ไข้ขึ้นเลยคะปวดมากๆ ถึงมากที่สุด ไม่ไหว ไหนหมอบอกนิดเดียว-*- แต่ก็พอทนคะ ตื่นเช้ามากหน้ามันเยิ้มทำไงดีหละคะเนี่ย ต้องล้างหน้าเช็ดหน้าเราก็ไปแกะ ไอ่แผ่นเทปที่หมอให้ออกเลยคะโดยที่ไม่รู้ประโยชน์ของมันเลย แกะออกแล้วทิ้ง จากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ แต่เอาส่องกระจก กระสวยดีนะเรา อิอิอิ แต่เอะมันโด่งมากเกินไปรึป่าว ในความคิด ส่งสัยต้องรอมันยุบบวมก่อน (เหมือนที่คนอื่นเค้าว่ากัน) แล้วค่อยดูอีกที
จนถึงตอนเย็นเพื่อนแต๋วคนเดิมของเดี๊ยนนี้แหละคะ ขับรถมาจอดหน้าบ้านโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เดินดุ่มๆ เปิดเข้าเท่านั้น เราก็ตกใจ มันก็ตกใจ มันทักคำแรกกับเดี๊ยนเลยคะว่า “ หล่อนไปตบกับใครมา ???????? “ ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นของมัน เดี๊ยนก็ด้วยความที่สนิทกัน ตอบกลับไปว่า “ E ด_ก “ ชั้นจะไปตบกับใครยะ ตบกับหมอเมื่อวานมาอะสิ -*- 55+ แค่นี้มันก็รู้แล้วคะว่าเดี๊ยนไปทำไรมา
มันบอกว่าเดี๊ยนไวยังกะจรวจจะทำปุ๊ปก็ทำเลย อะไรของแก แล้วมันก็ถามว่า แล้วหมอไม่ติดที่ล๊อคสันมาให้หรอ เดี๊ยนก็งงสิคะอะไรคือที่ล๊อคสัน -*- นึกย้อนไปมา มันต้องเป็นแผ่น 4 เหลี่ยมอันที่เดี๊ยนแกะทิ้งไปแน่ๆ เลย -*- “แล้วกรูจะดั้งเบี้ยวมั้ยถ้าไม่ติด” (ถามมันกลับด้วยความกลัว) มันบอกว่า “เบี้ยว” ตายห่าละรับค้นขยะทันทีเลยคะ เอามาติดเหมือนเดิม 55+ ขำตัวเอง
จากนั่นคืนนั่นก็ออกไปเที่ยวกับมันตอนกลางคืนเลยคะ (แรดมั้ยคะ) ทำดั้งวันเดียวออกไปลั่นลาได้เลย 55+ เต้นแบบไม่กลัวดั้งเบี้ยวเลยนะคะ. เพื่อนแต๋ว เดี๊ยนทัก
7 วันผ่านไปถึงวันตัดไหม ก็ไปที่คลีนิค ตัดธรรมดานี่แหละคะไม่มีอะไรพิเศษมากหมอก็ทักว่าดั้งยุบลงเยอะเลยนะ เริ่มเข้าที่บ้างแล้วแต่ก็ยังไม่สมบูณ์ใช้เวลา ก็ประมาณ 1 เดือนแหละ เดี๊ยนตอบ “คะ” รับทราบ! หมอก็ขำ 55+ หลังจากนั่นก็กลับบ้านตามปกติ และใช้ชีวิตตามปกติเรื่อยมา จนเดี๋ยวนี้ เวลาผ่านมา 5 ปีแล้วคะ เดี๊ยนคิดว่าคงถึงเวลาอันสมควรในการเปลี่ยนดั้งอีกแล้ว เพราะรู้สึกว่าเนื้อมันเริ่มบางมันจะทะลุออกมาได้ต้องเปลี่ยนแล้วแหละ แต่ช่วงยังทำใจยอมรับบความเจ็บของเข็มฉีดยาชาไม่ได้เลยขอผลัดไปก่อนอีก ซักครึ่งปี ก็ได้มั้งคะ ขอเวลาทำใจ หน่อยน๊า
เป็นไงบ้างหละคะประสบการณ์การเสริมจมูกของเดี๊ยน น่าตื่นเต้นดีมั้ย เดี๊ยนคิดว่าการเสริมจมูกมันก็ดีอย่างนะคะ มันเป็นการเสริมบุคลิกภาพภายนอกให้เราดูดีขึ้น แต่ควรทำให้อยู่ในกฏในเกณฑ์มันนะคะ ทำมากไปก็ไม่ดีหรอก จะกลายเป็นการเสพศัลยกรรมซะป่าวๆ ดังที่มีตัวอย่างให้เห็นในดาราหลายๆคน ทำมาซะหน้าพังหมดเลย น่าเสียดายแทนทั้งที่ทุนเดิมเค้าก็สวยอยู่แล้ว คนเราไม่รู้จักคำว่าพอซะจริงๆเลย เนอะ เพราฉนั้น เดี๊ยนอยากบอกว่า เราอยู่ในความพอดี ความพอเพียง นี้แหละคะ ดีที่สุด.
หากท่านใส่ contact lens ท่านสามารถใส่ได้ทันที แต่หากท่านสวมแว่น ท่านต้องใช้เทปติดขอบแว่นไว้ที่หน้าผาก จนกระทั่งจมูกแข็งแรงซึ่งใช้เวลา 6-7 สัปดาห์จึงจะสวมแว่นได้ตามปกติ
เอาละคะเดี๊ยนก็นั่งนึกในใจ โอเค หลังจากฟังมาเยอะก็ตัดสินใจ เป็นไงเป็นกัน ผ่าก็ผ่า แต่ก็ก็จะไม่ใช่เดี๋ยวนั้นตอนนั้นหรอกนะคะ เพราะ เดี๋ยวเพื่อนเดี๊ยนจะตกใจเอาซะก่อน 55+ เอาเป็นว่าเดี๊ยนนั่งฟังข้อมูลมาเยอะ จนตัดสินใจผ่าที่คลีนิคนี้แล้ว 100 เปอร์เซนต์คะ แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่าคือเดียนก็นั่งฟัง พยักหน้าตามเพื่อนเดียน ตามหมอ ไปเรื่อยๆ 55+
พอเวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ พวกเราก็ขอตัวกลับ โดยที่เพื่อนเดี๊ยนอ้างว่าขอปรึกษาแฟนมันก่อน (ในใจเดี๊ยนคิดไว้แล้วต้องมาไม้นี้ แล้วอีกอย่าง มีแฟนแล้วหรอวะ?????????? 55+) ที่แท้ มันกลัวคะ 55+ ขำๆ จากนั้นเราก็ไปหาไรกินแยกย้ายกันกลับบ้าน เดี๊ยนถึงบ้านประมาณ บ่าย 3 โมงครึ่ง ( ออ ลืมบอไปคะ ก่อนออกมาจากคลีนิคเดี๊ยนได้แอบเหลือบไปมองว่าคลีนิคเค้าเปิดทำการกี่โมงปิดกี่โมง ได้ความว่า เปิด 11.00 น. – 20.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวัน พฤหัสกับวันจันทร์ ปิดคะ )
กลับไปถึงบ้านเดี๊ยนก็ไม่รีรอที่จะโบกแท็กซี่กลับไปที่คลีนิคอีกรอบ -*- แรงมะ (หลายคนคงงว่า ทำไมไม่ทำตั้งแต่ทีแรกให้เสร็จ) เดี๊ยนจะเฉลยให้คะ...เดี๊ยนก็ไม่รู้ งง เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะ อายเพื่อน + กับลังเลมั้งคะ 55+ พอไปถึงคลีนิคก็ประมาณ 4 โมงกว่าๆ เราก็เข้าไปนั่งรอหมอซักพักก็ได้คิวปรึกษาอีกรอบ (ปรึกษาหลายรอบจัง) แต่รอบนี้พอเข้าไปหมอก็ยิ้มทำหน้างงๆ นึกว่าเราลืมของ (ลืมจริงๆ ลืมดั้ง 55+) เราบอกหมอเลยว่าไม่ปรึกษาแล้วคะ ผ่าตัดเสริมได้เลย
หมอก็งง จะเอาเลยหรอ-*- หมอบอกว่าถ้าจะผ่าต้องนัดล่วงหน้า ดูคิวก่อนนะ รอก็แป๋ว เลยอะ หมอเลยบอกว่าไม่เป็นไร อุตสาห์นั่งกลับมาอีกรอบเดี๋ยวหมอจะลองเช็คคิววันนี้ให้แล้วกัน (คือปกติต้องจองล่วงหน้าประมาณ 2 วันคะ หมอบอก) ด้วยความโชคดีหรือสวรรค์เข้าข้างก็ไม่รู้ คิวผ่าคิวสุดท้ายตอน 1 ทุ่น เค้าโทรมาเลื่อนนัดผ่าพอดี เท่านั้นเดี๊ยนยิ้มแฉ่งเลย โดยที่ไม่รู้ว่าจะเจออะไรรออยู่ข้างหน้า
เราก็กลับออกจากห้องมานั่งเล่นมือถือรออยู่ด้านนอก จนเวลาประมาณ 6 โมง 45 นาที พยาบาลก็มาเรียกให้เราไปเปลี่ยนเสื้อเตรียมเข้าห้อง...เท่านั้นแหละคะ หน้าเราเริ่มซีดเลย 55+ ด้วยอาการกลัวเข็มมากที่สุดนี้แหละ กลัวเข็มมากๆ เราเลยเลี่ยงวิธีเสริมแบบฉีด แต่เราเลือกแบบผ่าแทน เพราะ มันฉีดยาชานิดเดียวเดี๋ยวก็สบายละ (คิดทึกทักเอาเองหมด)
เข้าห้องผ่าดูบรรยายกาศมันหวิวๆ พิกล 55+ มองเป็นเห็นกระจาดเครื่องมือก็แทบเป็นลมแล้วคะ เข็มฉีดยาวางเรียงกัน 5 หลอด -*- เอามาทามมายเยอะแยะเนี่ย หือๆๆๆๆT_T ไหนว่านิดเดียวไง คุณหมอใจร้าย แต่เอาวะ เป็นไงเป็นกัน มาถึงที่จะขึ้นเขียงผ่า เฮ้ย!!!!!!!! เตียงผ่าตัดแล้วนิ จากนั่นเราก็นอนเลยคะหลับตาอย่างเดียวไม่กล้าลืมตา แต่ก็พูดกับหมอว่า ขอยาสลบได้ไหม 55+ บ้าไปแล้วชั้น 55+
หมอก็ขำ อารายจะกลัวขนาดนั้น ไม่เจ็บหรอก แค่ยาชาก็พอ เดี๊ยนหละอยากจะบอกหมอมากๆเลยว่า เข็มฉีดยานี้แหละคะที่เดี๊ยนกลัว ไม่ได้กลัวเจ็บด้วยมีดหรืออื่นๆ ประการใดเลย จากนั่นพยาบาลก็เช็ดมมูกเดี๊ยนด้วยแอลกอฮอลล์........เย็นเจี๊ยบ จับจิต (ตายแน่กรู เดี๊ยนคิดในใจ 55+)
แค่นั้นยังคิดไม่ทันจบ เข็มแรกแทงมาในจมูกเลยคะ มันช่างจื้ดดดดดดดด ถึงใจจริง มือข้างขวาจับขอบเตียงกำแน่น มือด้านซ้ายพยาบาลเอามาจับมือเราไว้ เราบีบมือพยาบาลแทบหักเลยคะ 55+ ก็คนมันเจ็บนิหว่า หมอก็บรรเลง ฉีดยาชาที่จมูกแบบไม่ยั้ง เดียนนับรวมๆ แล้วก็ประมาณ 11 รอบ เข็ม (แทง 11 ครั้ง) แหมยังจะมีอารมณ์มานับอีก 555+
จากนั้นก็ผ่านศึกสงครามในการโดนเข็มมาได้เกือบตายคะ 55+ อันนี้ล้อเล่นนะคะ จากนั้นหมอก็งาวงทำอะไรไม่รู้เหมือนกำลังเหลาดินสออะไรซักอย่างปล่อยให้เดี๊ญนนอนจมูกตึงอยู่บนเตียง ซักพักประมาณ 10 นาทีได้หมอก็กลับมาที่เตียงอีกรอบ พร้อมด้วยเจ้าแท่งสีขาวๆ เพราะเดี๊ยนแอบมองอยู่ มันคือแท่งซิลิโคลนนี้เอง หมอเหลาซะสวยเชียว 55+ แล้วหมอก็มาบีบๆ จับๆ จมูกเดี๊ยนดู แต่ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่รู้สึกอะไรแล้วรูแค่ว่ามันตึง แค่นั้นเองจากกนั้นก็ทำอะไรต่อไม่รู้คะ รู้อย่างเดียว ได้ยินเสียงเหมือน กางเกงขาดอะคะ เสียงแบบนั่นเลยดังเข้ามาในหูชั้นในสุด (เปรียบเทียบเอานะคะ) แต่รู้มั้ยคะว่ามันคือเสียงหมอใช้กรรไกรตัดหนังตัดเนื้อเพื่อเปิดแผลออกนี่เองคะ เหอะๆ
จากนั่นหมอก็จัดแจงยัดแท่งซิลิโคลนเข้าจมูกเดี๊ยนในรอบแรกและจัดทรงดูว่ามันเหมาะมั้ยหมอยัดเข้ามาก็ได้ยินอีกแล้วเสียง เนื้อฉีก สยอง บรื้ออออออออ.... แต่บอกว่ามันไม่เจ็บนะคะ ไม่เจ็บเลยจริงๆ อันนี้ต้องขอบคุณยาชา 11 เข็มแรก T_T มีประโยชน์ แบบนี้นี้เอง 55+ มิน่า ประโคมฉีดซะดั้งแทบพัง
พอหมอยัดซิลิโคลนเข้ารอบแรก หมอคุยอะรกับพยาบาลไม่รู้ชี้นั่นนู้นี้ก็จมูก แล้วเค้าก็ดึงออกอีกรอบ ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่ามีเลือดไหลลงคอคะ พยาบาลก็เอาสายดูดมาใส่ปากเพื่อดูดเลือดสลับกับ เอาผ้าหรืออะไรซักอย่างมากดแผลซับเลือดบริเวณจมูกเดี๊ยน (ขอบอกว่ากดแรงมาก ยังกับไปโกรธใครมาแล้วมาลงกับจมูกเดี๊ยน) พอกดเสร็จ หมอก็ยัดเข้ารอบ 2 ดูทรงจมูกหมอก็ถอดอีก -*- T_T อะไรเนี่ย ทำยังกะเดี๊ยนเป็นหุ่นยนต์เลยอะยัดเข้ายัดออก แล้วพยาบาลก็กดเลือดดูดเลือดออกจากปากเราเช่นเคย
ด้วยวิธีกดแบบเดิม มาถึงรอบที่ 3 ยัดเข้าไปอีกรอบ แล้วก้ดูอีกครั้งครั้งนี้ ทั้ง 2 คน พยักหน้า โอ้ยยยยยยยยยยยยย โล้งอกมากๆ คะ เสร็จซะที เอาเข้าเอาออกหลายรอบมากๆ คงเหลาจนมันได้รูป แหบะคะ จากนั่นพยาบาลก็เย็บแผลให้คะเดี๊ยนก็นอน นิ่งหลังจากเย็บแผลเสร็จประมาณ 10 นาที หมอก็ให้ลุกนั่งพร้อมให้บ้วนปากล้างปาก
แล้วพยาบาลก็เอาแผ่นเทปมาปิดตรงสันจมูกไว้เป็แผ่นทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า เดี๊ยนก็ไม่รู้จะติดไว้ทามมาย -*- เค้าติดให้ก็ติดแหละคะ ถึงบ้านค่อยแกะก็ได้ ลงจากเตียงจะรู้สึกเซๆ หน่อย แต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บจมูกนะคะ55+ ส่องกระจกแล้ว สวยดี เป็นที่พอใจเป็นอย่างมาก จากนั่นก็ไปชำระเงิน และรับยา หมอก็นัดมาตัดไหมอีก 7 วัน
กลับบ้านคะ นั่งแท็กซี่กลับคนเดียว ออ ลืมบอกไปเวลาในการทำประมาณ ครึ่งชั่วโมงนะคะ ต่อ 1 คน เดี๊ยนออกจากคลีนิคประมาณ 19.45 ถึงบ้านก็ราวๆ เกือบ 3 ทุ่ม เพราะรถติดมากๆ เลย พอถึงบ้านเท่านั้นแหละคะ รู้สึกจมูกเริ่มปวดๆ เล็กแต่ยังไม่มาก ตามที่หมอบอกถึงบ้านจะรู้สึกปวดหน่อยๆ 55+ พอดีช่วงนั้นไม่มีคนอยู่บ้านเค้าไปต่างจังหวัดกันหมดคนที่บ้านเลยไม่ได้เห็นผลงาน อีก 3 วันเค้าจะกลับกัน
ตกคืนนั้น ไข้ขึ้นเลยคะปวดมากๆ ถึงมากที่สุด ไม่ไหว ไหนหมอบอกนิดเดียว-*- แต่ก็พอทนคะ ตื่นเช้ามากหน้ามันเยิ้มทำไงดีหละคะเนี่ย ต้องล้างหน้าเช็ดหน้าเราก็ไปแกะ ไอ่แผ่นเทปที่หมอให้ออกเลยคะโดยที่ไม่รู้ประโยชน์ของมันเลย แกะออกแล้วทิ้ง จากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ แต่เอาส่องกระจก กระสวยดีนะเรา อิอิอิ แต่เอะมันโด่งมากเกินไปรึป่าว ในความคิด ส่งสัยต้องรอมันยุบบวมก่อน (เหมือนที่คนอื่นเค้าว่ากัน) แล้วค่อยดูอีกที
จนถึงตอนเย็นเพื่อนแต๋วคนเดิมของเดี๊ยนนี้แหละคะ ขับรถมาจอดหน้าบ้านโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เดินดุ่มๆ เปิดเข้าเท่านั้น เราก็ตกใจ มันก็ตกใจ มันทักคำแรกกับเดี๊ยนเลยคะว่า “ หล่อนไปตบกับใครมา ???????? “ ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นของมัน เดี๊ยนก็ด้วยความที่สนิทกัน ตอบกลับไปว่า “ E ด_ก “ ชั้นจะไปตบกับใครยะ ตบกับหมอเมื่อวานมาอะสิ -*- 55+ แค่นี้มันก็รู้แล้วคะว่าเดี๊ยนไปทำไรมา
มันบอกว่าเดี๊ยนไวยังกะจรวจจะทำปุ๊ปก็ทำเลย อะไรของแก แล้วมันก็ถามว่า แล้วหมอไม่ติดที่ล๊อคสันมาให้หรอ เดี๊ยนก็งงสิคะอะไรคือที่ล๊อคสัน -*- นึกย้อนไปมา มันต้องเป็นแผ่น 4 เหลี่ยมอันที่เดี๊ยนแกะทิ้งไปแน่ๆ เลย -*- “แล้วกรูจะดั้งเบี้ยวมั้ยถ้าไม่ติด” (ถามมันกลับด้วยความกลัว) มันบอกว่า “เบี้ยว” ตายห่าละรับค้นขยะทันทีเลยคะ เอามาติดเหมือนเดิม 55+ ขำตัวเอง
จากนั่นคืนนั่นก็ออกไปเที่ยวกับมันตอนกลางคืนเลยคะ (แรดมั้ยคะ) ทำดั้งวันเดียวออกไปลั่นลาได้เลย 55+ เต้นแบบไม่กลัวดั้งเบี้ยวเลยนะคะ. เพื่อนแต๋ว เดี๊ยนทัก
7 วันผ่านไปถึงวันตัดไหม ก็ไปที่คลีนิค ตัดธรรมดานี่แหละคะไม่มีอะไรพิเศษมากหมอก็ทักว่าดั้งยุบลงเยอะเลยนะ เริ่มเข้าที่บ้างแล้วแต่ก็ยังไม่สมบูณ์ใช้เวลา ก็ประมาณ 1 เดือนแหละ เดี๊ยนตอบ “คะ” รับทราบ! หมอก็ขำ 55+ หลังจากนั่นก็กลับบ้านตามปกติ และใช้ชีวิตตามปกติเรื่อยมา จนเดี๋ยวนี้ เวลาผ่านมา 5 ปีแล้วคะ เดี๊ยนคิดว่าคงถึงเวลาอันสมควรในการเปลี่ยนดั้งอีกแล้ว เพราะรู้สึกว่าเนื้อมันเริ่มบางมันจะทะลุออกมาได้ต้องเปลี่ยนแล้วแหละ แต่ช่วงยังทำใจยอมรับบความเจ็บของเข็มฉีดยาชาไม่ได้เลยขอผลัดไปก่อนอีก ซักครึ่งปี ก็ได้มั้งคะ ขอเวลาทำใจ หน่อยน๊า
เป็นไงบ้างหละคะประสบการณ์การเสริมจมูกของเดี๊ยน น่าตื่นเต้นดีมั้ย เดี๊ยนคิดว่าการเสริมจมูกมันก็ดีอย่างนะคะ มันเป็นการเสริมบุคลิกภาพภายนอกให้เราดูดีขึ้น แต่ควรทำให้อยู่ในกฏในเกณฑ์มันนะคะ ทำมากไปก็ไม่ดีหรอก จะกลายเป็นการเสพศัลยกรรมซะป่าวๆ ดังที่มีตัวอย่างให้เห็นในดาราหลายๆคน ทำมาซะหน้าพังหมดเลย น่าเสียดายแทนทั้งที่ทุนเดิมเค้าก็สวยอยู่แล้ว คนเราไม่รู้จักคำว่าพอซะจริงๆเลย เนอะ เพราฉนั้น เดี๊ยนอยากบอกว่า เราอยู่ในความพอดี ความพอเพียง นี้แหละคะ ดีที่สุด.
การเสริมจมูกด้วยการ ฉีด Restylane
สำหรับสาวๆ คนไหนนะค่ะที่กลัวเข็มหรือการผ่าตัดนะค่ะ ยังมีทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัวค่ะ ง่ายด้วยค่ะ ฉีดเข้าไปรอเพียงแปบเดียวเท่านั้นค่ะ โด่งทันทีค่ะ แต่ทว่าการฉีดด้วย Restylane จะไม่คงทนถาวรนะค่ะ เพราะการฉีดหนึ่งครั้งอาจจะอยู่ได้เพียง 1 ปีเท่านั้นนะค่ะ ไม่เหมือนการผ่านตัดนะค่ะ งั้นเราไปดูกันเลยค่ะว่าการฉีด Restylane ที่ว่านี้มันเป็นอย่างไร และผลจะเป็นอย่างไรค่ะ
ฉีด Restylane
ความเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ของรูปหน้าและผิวพรรณ ความสามารถในการต่อต้านการทำลายจากมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สายลม หรือ แม้แต่กาลเวลาจากวัยที่ล่วงเลย ล้วนขึ้นอยู่กับ "HYALURONIC ACID" ทั้งสิ้นเนื่องจากเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิวหนังและอวัยวะต่างๆ ของมนุษย์ มีหน้าที่สำคัญเสมือนเป็นร่างแหใต้ผิวหนัง สามารถดูดซับน้ำเข้ามาไว้ในตัวของมันเองได้มากกว่า 1,000 เท่าของปกติ จึงสามารถเพิ่มความอวบอิ่มแก่ริมฝีปาก, คาง, โหนกแก้ม,สันจมูก และรอยย่นตามจุดต่างๆ หรือแม้แต่รอยแผลเป็นได้อย่างปลอดภัย และเป็นธรรมชาติ
Restylane (เรสติเลน) คือ HYALURONIC ACID (ไฮยาลูโรนิค แอสิด) ที่มีความคงตัวสูงและไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid, NASHA)จึงปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคือง และ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเมื่อเข้าสู่ผิวหนังจะมีคุณสมบัติในการรวมตัวกับน้ำ และอุ้มน้ำนั้นไว้ ทำให้ผิวหนังที่เป็น ริ้วรอยหรือร่องลึกตื้นขึ้น และเลือนหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวของคุณจึงเรียบเนียนแลดูอ่อนเยาว์ และจะอยู่ได้นานถึง 8-14 เดือน
เมื่อไหร่ที่คุณควรใช้ Restylane
เมื่อคุณรู้สึกว่าผิวหน้าไม่เรียบเนียน ไม่สม่ำเสมอมีริ้วรอย และร่องลึก ทำให้คุณขาดความมั่นใจ และต้องการเพิ่มความสมดุลบนใบหน้าด้วยวิธีที่ปลอดภัย รวดเร็ว ทันที โดยไม่ก่อให้เกิดรอยแผล หรืออาการแพ้ผลที่ได้จาก Restylane
Restylane จะเข้าไปช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่มีริ้วรอย ร่องลึก หรือรอยแผลเป็นให้เรียบเนียนอิ่มเอิบ แลดูอ่อนเยาว์ รวมทั้งเสริมเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการ เพื่อเสริมความงามอย่างเป็นธรรมชาติให้กับผิวหน้าของคุณ ซึ่งสามารถเห็นผลทันทีหลังการฉีดนอกจากนี้ ยังทำให้สารอาหาร, ออกซิเจน และฮอร์โมนต่าง ๆ สามารถซึมผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนังได้ จึงทำให้ผิวเนียนนุ่ม และดูเป็นธรรมชาติ และมีสุขภาพผิวที่ดีึ
ทำไม Restylane จึงปลอดภัยสำหรับคุณ
โดยปกติแล้วร่างกายคนเราหรือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีสาร "ไฮยาลูโรนิค แอสิด" เป็นส่วนประกอบอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งสารนี้ยังสามารถผลิตได้โดยการใช้เทคโนโลยีทางชีวภาพ ซึ่งไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ จึงมีความบริสุทธิ์สูงมากปราศจากสารต่าง ๆหรือสิ่งแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดการแพ้ ซึ่งคนไข้ไม่ต้องผ่านการทดสอบการแพ้ของผิวหนังก่อนฉีด จึงประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้ง Restylane สามารถสลายไปได้ด้วยกลไกตามธรรมชาติในร่างกาย จึงมีความปลอดภัยสูงกว่าสารฉีดเพื่อลบริ้วรอยชนิดอื่นๆคุณจะมั่นใจใน Restylane ได้อย่างไร
Restylane เป็นผลิตภัณท์ทางการแพทย์ที่มีรายงานผลความปลอดภัยจากผู้เข้ารับการรักษามาแล้วมากกว่า 1,000,000 ราย ใน 40 กว่าประเทศทั่วโลก มีมาตรฐานการผลิตที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านสุขภาพ และความงามจากธรรมชาติ และยังไ้ด้รับการรับรองความปลอดภัยจาก FDA ซึ่งเป็นสถานบันรับรองคุณภาพมาตรฐานจากอเมริกา และยุโรปนอกจากนี้ Restylane ยังผ่านการรังรองคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งเป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทยจึงทำให้คุณสามารถมั่นใจกับความปลอดภัยของ Restylane ได้
หลังจากฉีด Restylane แล้วควรปฏิบัตตนอย่างไร
- หลีกเลี่ยงการใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น AHA, BHA หรือ Retinoid gel- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาจำพวกแอสไพริน
- ดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวัน


