แต่แหม ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางออกคะ ขอแค่ผู้อ่านทั้งหญิง-ชาย ลองตั้งสติอย่าเครียดไปกับปัญหาเส้นผมที่หลุดร่วงจนเกินไป แล้วทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่า เส้นผมของคนเรามีอยู่ 90,000-140,000 เส้น โดยผู้หญิงจะมีเส้นผมดกกว่าผู้ชาย แต่ละวันผู้หญิงจะมีผมร่วงตามธรรมชาติ 100 เส้น ผู้ชายร่วงได้ 60 เส้น ถ้าจำนวนเส้นผมร่วงมากกว่านี้ ถือว่า เข้าข่ายผมร่วง!!!
SHARE STORE:
เบื่อเสียเวลา มาแก้ปัญหา ‘ผมร่วง’ ให้ถูกจุดดีกว่า
Added on 11 Jan 2011 in HAIRเป็นใครก็ต้องอยากมีเส้นผมสวยๆ ดกๆ ขึ้นอยู่บนหนังศีรษะไปตราบนานเท่านานใช่ไหมล่ะคะ อาจจะร่วงหล่นไปบ้าง (เล็กๆ น้อยๆ) ตามกาลเวลา หรือเปลี่ยนสีไปตามวัย อันนี้พอหยวนๆ เพราะแก้ไขได้ไม่ยากเย็น แต่จะกลุ้มอกกลุ้มใจก็ถ้าปัญหาที่มาเยือนนั้น คือ ‘ผมร่วง’ นี่สิ ที่ไม่ต้องการ
เส้นผมแต่ละเส้นงอกมาจากเซลล์ในชั้นหนังแท้ เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ผลิตเส้นผม ซึ่งเมื่อแบ่งตัวมากขึ้น จะดันเซลล์เหล่านี้ขึ้นไปทางข้างบนจนอยู่เหนือผิวหนัง เซลล์ผมที่ถูกผลักขึ้นมาเรื่อยๆ จะค่อยๆ ตาย ขณะเดียวกันก็ผลิตสารเคอราตินพอกพูนขึ้น สารเคอราตินเรียงตัวเป็นเส้นขนาน เมื่อถูกผลักให้สูงขึ้นๆ จะมีการเรียงตัวแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นแกนกลาง ชั้นนอก และชั้นผิวนอกสุด
ชั้นแกนกลางมีเซลล์รูปร่างกลม ระหว่างเซลล์มีช่องอากาศแทรกอยู่ ทำให้แลดูคล้ายฟองน้ำ ส่วนชั้นนอกมีเซลล์รูปร่างกระสวยซึ่งเป็นเซลล์ตายที่เต็มไปด้วยเคอราติน ชั้นนอกเป็นชั้นที่แสดงลักษณะของผม ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนนุ่ม สีสันและความอวบอ้วนหรือความผอมของผม ส่วนชั้นผิวนอกสุดเป็นชั้นที่ประกอบด้วยเซลล์ตายทับซ้อนกัน 7 ชั้น แต่ละเซลล์เต็มไปด้วยสารเคอราตินใสๆ ส่วนชั้นผิวนอกสุดมีลักษณะคล้ายเกล็ดปลาผายออก ช่วยทำให้การดึงผมหลุดออกมาได้ยาก เส้นผมส่วนที่โผล่พ้นผิวหนังขึ้นมามีแต่เซลล์ตายที่เต็มไปด้วยสารเคอราติน ส่วนของเม็ดสีที่ทำให้ปรากฏเป็นสีของเส้นผมนั้นอยู่ที่ส่วนชั้นแกนกลาง เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายหยุดสร้างสารเม็ดสี ก็จะทำให้ผมเริ่มหงอก
เส้นผมเปรียบเสมือนแขนขาของผิวหนังเส้นผมและขนในแต่ละส่วนของร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน คนเรามีขนหลายชนิด ภาษาไทยเรียกขนบนหัวว่า "ผม" แต่ขนที่บริเวณอื่น จะเรียกว่า "ขน" ส่วนภาษาอังกฤษเรียกว่า "hair" หมดทุกที่ หน้าที่หลักของเส้นผม คือ ป้องกันผิวหนังหรือศีรษะไม่ให้เสียความร้อนมากเกินไป ปกติหนังศีรษะของคนเรามีเลือดมาเลี้ยงมาก และทำหน้าที่ควบคุมการกระจายความร้อนของร่างกาย
การเจริญเติบโตของเส้นผม
เส้นผมแต่ละเส้นมีการเจริญเติบโตเป็น 3 ระยะได้แก่ ระยะเจริญงอกงาม ระยะหยุดงอก และระยะพักเส้นผมบนหนังศีรษะยาวประมาณเดือนละ 1 เซ็นติเมตร โดยระยะเจริญงอกงาม จะมีระยะเวลายาวนานประมาณ 3 ปี หรืออาจถึง 7 ปี เช่นในเด็ก โดยเฉลี่ยเส้นผมใช้เวลาในการเจริญเติบโตทั้งสิ้น 5 ปี เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระยะเจริญงอกงามนี้จะสั้นลงๆ คนที่ไม่ตัดผมเลยตลอดชีวิต จะมีผมยาวประมาณ 36
เซ็นติเมตร
เมื่อสิ้นสุดระยะเจริญงอกงาม ก็จะเข้าสู่ระยะหยุดงอก ในระยะนี้เซลล์ในชั้นหนังแท้จะแยกออกมา ทำให้เส้นผมขาดอาหารมาเลี้ยง ระยะนี้พบว่าต่อมผมจะหดเล็กลง และหยุดทำงานนานประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ระยะพัก ซึ่งกินเวลาประมาณ 3 เดือน เส้นผมเส้นนั้นจึงหลุดร่วงไป เส้นผมเส้นใหม่ขึ้นมาแทนที่
ในมนุษย์ร้อยละ 90 ของเส้นผมบนหนังศีรษะ เป็นเส้นผมที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ในระยะเจริญงอกงาม ส่วนอีกร้อยละ 10 ที่เหลือจะอยู่ในระยะพัก สำหรับสัตว์ส่วนใหญ่มีขนเป็นขนเส้นหนาที่เริ่มงอกพร้อมกัน แล้วงอกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงฤดูกาลที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผมร่วงพร้อมกัน ส่วนในมนุษย์จะแตกต่างออกไป ผมบนศีรษะแต่ละเส้นมีวัฏจักรของตัวเองไม่ขึ้นต่อกัน
ชนิดของเส้นผม
1. ขนเส้นหนา เป็นขนที่มีลักษณะหนาและทำให้แลดูดีบนศีรษะ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ขนเทอร์มินัล" นอกจากจะพบที่ศีรษะแล้ว อาจจะพบได้ที่หัวหน่าว รักแร้ หน้าอก ขนเส้นหนาเป็นเส้นผมชนิดที่จะมีปัญหาเมื่อขาดไป ทำให้เกิดภาวะผมบาง หรือหัวล้าน2. ขนอ่อน มักพบตามหน้า ตามลำตัว และแขนขาของเด็กและผู้หญิง
3. ขนอุย พบตามตัวทารก มักไม่มีสี แม้ว่าขนอุยนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก แต่เป็นต้นตอที่จะเจริญพัฒนาไปเป็นขนเทอร์มินัลหรือขนอ่อน
สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง
1.กรรมพันธุ์ศีรษะล้านถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ เกิดได้ทั้งหญิงและชาย สังเกตได้ง่ายที่แนวร่นของผม ดูตำแหน่งผมบางกลางศีรษะ และภาวะหนังศีรษะมันร่วมด้วย
2.ผมร่วงเพราะฮอร์โมนเพศชาย
Testosterone (T) น่าแปลกที่เกิดได้ทั้งชายและหญิง เพราะฮอร์โมนนี้ผลิตจากลูกอัณฑะ และต่อมหมวกไต แล้วเข้าสู่กระแสเลือด ไหลเวียนทั่วร่างกาย ที่หนังศีรษะฮอร์โมนนี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็น DHT (Dihydrotestosterone) โดยเอนไซม์ ( enzyme) 5- alpha reductaseเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ โดย DHT รวมตัวกับเซลล์สร้างเส้นผม ออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นผมปกติ ทำให้เส้นผมใหม่ที่ขึ้นมาทดแทนเส้นผมเดิมที่ร่วงไป จะมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดเกิดภาวะผมบางและศีรษะล้าน ร่วงแบบนี้มีลักษณะเดียวกับแบบกรรมพันธุ์
สำหรับสาเหตุจากข้อที่ 1 และ 2 ไม่สามรถรักษาให้หายขาดไปเลยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของธรรมชาติ
3.ผมร่วงบางมาจากการขาดสารอาหาร แพ้ยา แพ้สารเคมี
โดยเส้นผมจะทยอยร่วงไปทั่วทั้งศีรษะ หากหาสาเหตุพบและแก้ถูกจุด อาการผมร่วงก็จะหายไป
4. ผมร่วงเพราะแพ้ภูมิตนเอง
alopecia areata อย่างนี้จะเห็นเป็นหย่อมๆ หรือเป็นกระจุก เป็นวง ซึ่งหายได้เองภายใน 6 เดือน หรือ 1 ปี
5. ผมร่วงจากยา
ผมร่วงที่เป็นผลจากการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัดเป็นสิ่งที่พบเห็นและทราบกันดี แม้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นกับยาเคมีบำบัดทุกชนิดแต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะหลีกเลี่ยงได้ยาก นอกจากยาเคมีบำบัดยังมียาอื่นที่ทำให้ผลร่วงได้เหมือนกัน เช่น ยารักษาโรคเก๊าต์ ยาต้านอาการซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิต และยาโรคหัวใจบางชนิด การใช้วิตามินเอในขนาดสูงก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้มากและมักจะดีขึ้นเมื่อหยุดยาแล้ว
6. ผมร่วงขณะตั้งครรภ์
ในเพศหญิงขณะตั้งครรภ์หรือผู้ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดมาเป็นเวลานานอาจเกิดอาการผมร่วงได้ซึ่งจะหายเป็นปกติหลังเลิกกินยาเม็ดคุมกำเนิดหรือหลังคลอดบุตรประมาณ 4-6 เดือน7. ผมร่วงจากโรคภัยไข้เจ็บ
สาเหตุของผมร่วงที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่ต้องนึกถึงเสมอ โรคที่พบได้บ่อยๆ ในเวชปฏิบัติที่เป็นสาเหตุของอาการผมร่วง ได้แก่ โรคของต่อมไทรอยด์ โรคลูปุส โรคเบาหวาน โรคติดเชื้อราที่หนังศีรษะอีกภาวะที่ต้องนึกถึงเสมอ คือ ภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งพบได้ในผู้หญิงที่เสียเลือดจากการมีประจำเดือนครั้งละมากๆ ภาวะขาดโปรตีนในร่างกาย รวมทั้งโรคเรื้อรังทั้งหลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้
รู้สาเหตุตัวการทำผมร่วงกันแล้ว อย่ารอช้าวิ่งวนหาทางแก้ไขไกลเหตุอยู่เลย หันมาใช้วิธีที่ได้รับการยอมรับ และเห็นผลมากกว่า น่าจะไม่ทำให้เสียเวลา ผมที่กำลังร่วงหลุดอยู่ จะได้ หยุด Stop Stop!!! เสียที
ทางแก้ผมร่วง
1. ไมนอกซิดิล โลชั่น (Minoxidil Lotion) เป็นยาน้ำ ใช้ทาที่หนังศีรษะบริเวณที่มีผมเส้นบางๆอยู่ ใช้ได้ผลดีกว่าในเพศหญิง เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย ผลข้างเคียง คือ เกิดการระคายเคืองหนังศีรษะบริเวณที่ทายา อาจมีขนขึ้นตามใบหน้า แต่เมื่อหยุดยาแล้ว อาการดังกล่าวมักหายไปได้เอง ทั้งนี้ควรยาใช้ชนิดนี้ต่อเนื่องนาน 1 ปี ก่อนแพทย์ประเมินผลการรักษา
2. แก้ผมร่วงด้วยการกินยาที่ชื่อ ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) ออกฤทธิ์โดยลดระดับฮอร์โมน DHT ตัวการทำให้ ผมบาง ศีรษะล้านแบบกรรมพันธุ์ ซึ่งใช้ได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ห้ามผู้หญิงเด็ดขาด ผลข้างเคียงที่สามารถพบได้ คือ ความต้องการทางเพศ และการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง แต่ก็เป็นสิ่งที่พบได้น้อยกว่าร้อยละ2 ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆ รองลงมา คือ ปริมาณน้ำอสุจิลดลง

3.ผ่าตัดปลูกผม การปลูกผม โดยการย้ายเส้นผมสุขภาพดีที่มีรากผมติดอยู่จากที่หนึ่งไปปลูกอยู่ในอีกที่หนึ่งบนศีรษะของตนเอง แบ่งการผ่าตัดปลูกผมเป็น 2 แบบ คือ แบบ Follicular Unit Extraction (FUE) ฝังเส้นผมประมาณ 1 ถึง 2 เส้นลงในรูผมของคนไข้บริเวณที่ต้องการจะปลูก และอีกแบบ เรียกว่า มินิกราฟ (minigraft) ฝังเส้นผมประมาณ 3 ถึง 4 เส้นลงไปแทน

4.ในกรณีผมร่วงเป็นหย่อมๆ แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่เพื่อรักษาอาการดังกล่าว หรือพิจารณาใช้ยาแอนทราลินชนิดทา หรือทาร์ชนิดทา ช่วยในการรักษาเพิ่มเติม
ส่วนแชมพูลดอาการผมร่วง-ช่วยปลูกผมที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดและหาซื้อได้ง่าย ๆ บางชนิดไม่ต้องให้แพทย์สั่งนั้น เป็นการประคับประคองอาการหลุดร่วงให้น้อยลง หรือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งไม่สามารถการันตีได้ว่า การใช้เพียงแชมพูจะหยุดผมร่วงและปลูกผมให้ขึ้นมาดกดังเดิมได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของวิตามินและเกลือแร่ สำหรับผู้ที่ผมร่วงเพราะขาดสารอาหาร ก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อเส้นผม ไม่ทำให้หลุดร่วงได้ง่าย อาทิ วิตามินเอ ช่วยให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังและหนังศีรษะมีสุขภาพดี วิตามินซี รักษาคอลาเจนใต้ผิวหนังและป้องกันผมเปราะขาดหลุดร่วง วิตามินอี เพื่อการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ช่วยทำให้คุณภาพของเส้นผมดีขึ้น ส่วนของเกลือแร่ อย่าง แคลเซียม ถือเป็นส่วนประกอบของเส้นผม ทองแดง ป้องกันผมเจริญผิดปกติ เหล็ก ช่วยคงสภาพของเส้นผม
ทีนี้รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า เรื่องผมร่วงเนี่ย เกิดจากอะไร และแก้ไขอย่างไร ที่สำคัญหากปัญหาผมร่วงของคุณมีมาก รีบไปพบแพทย์จะดีที่สุด


