iconUser Login or Register
banner
SHARE STORE:
 
Acne สิว

Acne สิว

Added on 11 Jan 2011 in Want you to know

สิวเป็นการอักเสบของระบบต่อมไขมัน (sebaceous) ในรูขุมขน ปกติไขมันที่สร้างจากต่อมไขมันจะออกมาตามเส้นขน หากมีการอุดตันของทางเดินก็จะทำให้เกิดสิว สิวมีหลายชนิดที่พบบ่อยๆได้แก่ สิวธรรมดาหรือที่เรียกว่า Acne vulgalis สิวหัวดำ สิวที่มีการอักเสบเป็นหนอง บางรายมีตุ่มหนองด้วย

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวได้แก่

     1. ฮอร์โมน ร่างกายสร้างฮอร์โมน Androgen ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปี ดังนั้นจึงพบสิวมากในวัยนี้และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี
     2. การผลิตไขมันมากขึ้นและร่วมกับเซลล์ผิวหนัง และเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิว
     3. มีการเปลี่ยนแปลงของรากผม รากผมเจริญเร็วเซลล์มีการแบ่งตัวเร็ว และมีเซลล์ที่ตายมาก จึงเกิดการอุดตันของต่อมไขมัน
     4. แบททีเรียโดยเฉพาะชื่อ Propionibacterium acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวมากน้อยมีอะไรบ้าง

- กรรมพันธ์
- การทำงานของต่อมไขมัน หากที่ใดที่มันและร่วมกับการดูแลรักษาความสะอาดไม่ทั่วถึงก็ทำให้เกิดสิว
- อาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว
- อากาศ ขึ้นกับแต่ละคนบางคนเป็นมากในฤดูหนาว บางคนฤดูร้อน
- อารมณ์ คนที่อารมณ์ดีจะเกิดสิวน้อยกว่าคนที่อารมณ์เสีย
- การใช้เครื่องสำอางค์เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว การเลือกสบู่ที่เหมาะกับสภาพผิวหนัง คนที่มีแห้งควรจะใช้สบู่ที่เป็นด่างอ่อน คนที่ผิวมันก็อาจจะใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างมากขึ้นได้ หรืออาจจะใช้สบู่ที่มีด่างอ่อนแต่ล้างหน้าบ่อยขึ้น
- ครีมบำรุงผิวก็ต้องเลือกใหถูกกับผิวหน้า คนที่ผิวแห้งไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอร์เป็นส่วนประกอบ คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีไขมันสูง
- การระคายผิว เช่นการล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว
- ยาบางชนิดทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น เช่น INH Iodides Bromide Steroid Testosterone Gonadotropine Anabolic steroid ยาคุมกำเนิดบางชนิด
- โรคประจำตัวบางชนิด

ตำแหน่งที่เกิดสิว

Acne สิว
ตำแหน่งที่เกิดสิวได้แก่บริเวณที่ไขมันมากได้แก่ หน้า ไหล่ หลัง อก

การรักษาสิว

-. งดใช้เครื่องสำอางที่ทำให้เกิดสิว หรือเลือกเครื่องสำอางที่ถูกกับผิวหน้า
- งายาหรือครีมทาก่อนนอน
- ห้ามบีบหรือแกะสิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สิวลุกลาม
- อาหารสามารถรับประทานได้แต่ก็ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่มัน และหวานและก็อย่ารับมากจนอ้วน
- ห้ามถูหน้าแรงๆ ในขณะล้างหน้า ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งและใช้ผ้าซับเบาๆ
- คนที่หน้ามันให้ล้างหน้าด้วยสบู่อย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง
- การเลือกยาทาสิวขึ้นกับชนิดของสิวซึ่งควรจะปรึกษาแพทย์
- การเลือกรับประทานยาขึ้นกับแพทย์ที่ดูแล

การรักษาสิวทางกายภาพ

     - การกดสิว ใช้รักษาสิวทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว แต่ในกรณ๊รูเปิดเล็กมา อาจจะต้องใช้เข็มหรือเลเซอร์เพื่อให้รูเปิดใหญ่ขึ้น การกดต้องทำให้ถูกวิธีเพราะหากกดผิดจะทำให้สิวถูกดันลึกลง
     - การฉีด steroid เข้าใต้หัวสิว ข้อดีทำให้การอักเสบลดลงเร็ว แต่ถ้าฉีดมากไปหรือลึกเกินไปจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเกิดรอยบุ๋ม
     - การใช้ความเย็น ใช้ไนโตรเจนเหลว นกรณ๊ที่สิวเป็นชนิดถุง
     - การยิงเลเซอร์รักษาสิว และลบรอยแผลเป็นจากสิว

การแบ่งชนิดของสิว

Acne สิว

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิว

- สาเหตุของสิวส่วนใหญ่เกิดจากเครื่องสำอางที่ใช้
- การรักษาสิวต้องใช้เวลา ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง
- ความเครียดอาจจะทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น
- สิ่งแวดล้อมก็มีส่วนทำให้เกิดสิว เช่นความสกปรก ละอองไขมันจากการปรุงอาหาร น้ำมันเครื่องเป็นต้น

สิ่งที่ต้องระวังในการรักษาสิวสำหรับคนท้อง

     - อนุพันธ์ของวิตามินเอทั้งชนิดกินและทา เพราะอาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อการตั้งครรภ์ อาจมีผลต่อความสมบูรณ์ของทารก
     - ยาคุมกำเนิด
     - ยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracyclin

ชนิดของสิว

     close comedone ลักษณะเป็นตุ่มสีขาว ส่วน open comedone ลักษณะเป็นสิวหัวเล็กๆเป็นสิวหัวดำ ทั้งสองชนิดไม่ควรบีบให้หัวสิวออก เพราะเนื้อเยื่ออาจจะช้ำทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ

การรักษา

- ผู้ป่วยที่หน้ามันให้ใช้สบู่ล้างหน้าบ่อยๆ สบู่ที่ผสมยาปฏิชีวนะไม่มีประโยชน์
- ใช้ยาละลายขุยเช่น retinoic acid 0.025,0.05,0.1% cream ทาก่อนนอน ถ้ามีอาการะคายเคืองหลังจากทายาให้ทายาวันเว้นวัน ผิวที่ทายาไม่ควรถูกแสงเพราะจะทำให้ผิวหนังเกิดระคายเคืองมาก ระยะแรกของการใช้ยาสิวอาจจะเหอ หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์จึงจะดีขึ้น หรืออาจะใช้ 5% benzoyl peroxide[BP] ทาสิวทิ้งไว้10-15นาทีแล้วล้างออก ถ้าไม่มีอาการแพ้ให้เพิ่มเป็น 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก
- ถ้าหัวสิวขนาดใหญ่ ให้ผ้าชุบน้ำอุ่นปิดบริเวณที่เป็นหลังจากนั้นใช้ Schamberg loop กดเอาสิวออก

สิวเสี้ยน

คำว่า comedone หมายถึงต่อมขุมขนที่มีไขมันอุดตัน หากหัวสิวเปิดสู่ผิวหนังเรียก open comedone ลักษณะเป็นสิวหัวเล็กๆเป็นสิวหัวดำ เรียก open comedone ส่วน comedone ที่ปลายไม่เปิด หรือเปิดเป็นรูเล็กมากเรียก close comedone ลักษณะเป็นตุ่มสีขาว ไม่ว่าจะเป็นสิวชนิดไหนก็ไม่ควรจะบีบออก ที่เห็นเป็นสีดำๆคือเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว ไขมัน สิวหัวดำมิใช่เกิดจากความสกปรก ดังนั้นการอาบน้ำบ่อยๆหรือถูแรงๆอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อผิวหนัง

การรักษา

- ผู้ป่วยที่หน้ามันให้ใช้สบู่ล้างหน้าหรืออาบน้ำวันละ 2 ครั้ง สบู่ที่ผสมยาปฏิชีวนะไม่มีประโยชน์และระคายต่อผิวหนัง อาจจะใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ salicylic ทาเพื่อลอกเอาเซลล์ที่ตายออก สำหรับท่านที่ผมมัให้สระผมวันละครั้ง
- สำหรับเครื่องสำอางต้องเลือกชนิดที่ไม่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ
- ใช้ยาละลายขุยเช่น retinoic acid 0.025,0.05,0.1% cream ทาก่อนนอน หลังทายาถ้ามีอาการะคายเคืองให้ทายาวันเว้นวัน ผิวที่ทายาไม่ควรถูกแสงเพราะจะทำให้ระคายเคืองมาก ระยะแรกของการใช้ยาโรคอาจจะเหอ หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์จึงจะดีขึ้น หรืออาจะใช้ 5% benzoyl peroxide [BP] ทา10-15นาทีแล้วล้างออก ถ้าไม่มีอาการแพ้ให้เพิ่มเป็น 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก
- ถ้าหัวสิวขนาดใหญ่ ให้ผ้าชุบน้ำอุ่นปิดบริเวณที่เป็นหลังจากนั้นใช้ Schamberg loop กดเอาสิวออก

สิวเป็นหนอง papulopustular

     เป็นสิวที่มีการติดเชื้อจะเห็นลักษณะเป็นตุ่มและมีหนองอยู่ ถ้าเป็นสิวหนองชนิดตื้นก็จะหายได้เร็ว ส่วนชนิดลึกจะเป็นชนิดรุนแรงมักจะมีอาการเจ็บร่วมด้วย การรักษาเหมือน papulonodular ใช้เวลารักษา 2-6 สัปดาห์ ยาปฏิชีวนะอาจจะเปลี่ยนเป็น clotrimoxazole ,cephalosporin หรือ clindamycin ตุ่มหนองที่อยู่ตื้นจะไม่เป็นแผลเป็น

สิวอักเสบ papulonodular acne

     คำว่า papule หมายถึงสิวที่เป็นตุ่มเล็กๆน้อยกว่า 5 มิลิเมตร ส่วน nodule เหมือน papule แต่จะมีการอักเสบ และรอยโรคเป็นในผิวหนังระดับลึก เมื่อหายอาจจะเกิดแผลเป็น พวกนี้สิวจะมีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็กๆแดงๆ บางรายเป็นก้อนเล็กเมื่อคลำจะรู้สึกเหมือนกระดาษทราย

การรักษา

- ผู้ป่วยที่หน้ามันให้ใช้สบู่ล้างหน้าบ่อยๆ สบู่ที่ผสมยาปฏิชีวนะไม่มีประโยชน์
- ใช้ยาละลายขุยเช่น retinoic acid 0.025,0.05,0.1% cream ทาก่อนนอน ถ้ามีอาการะคายเคืองให้ทายาวันเว้นวัน ผิวที่ทายาไม่ควรถูกแสงเพราะจะทำให้ผิวบริเวณนั้นระคายเคืองมาก ระยะแรกของการใช้ยาโรคอาจจะเหอ หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์จึงจะดีขึ้น หรืออาจะใช้ 5% benzoyl peroxide[BP] ทา10-15นาทีแล้วล้างออก ถ้าไม่มีอาการแพ้ให้เพิ่มเป็น 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก
- หลังจากล้างเอา BP ออกให้ทา clindamycin 0.1% วันละ 2-3 ครั้ง
- ให้ยารับประทาน tetracyclin 250 mg ครั้งละ 2 เม็ดวันละ2 ครั้ง เมือดีขึ้นค่อยลดยาลงไม่ควรใช้ยานี้ในคนท้อง

ยาสำหรับรักษาสิว

     ยารักษาสิวมีทั้งชนิดทาภายนอกและชนิดรับประทาน สิวชนิดไม่รุนแรงหรือไม่มีการอักเสบมักจะใช้ยาทาภายนอก อาจจะใช้ชนิดหนึ่งหรือหลายชนิดร่วมกัน ยารักษาสิวมักจะทำให้อาการดีขึ้นแต่ไม่หายขาด ยาที่ใช้รักษามีดังนี้

สบู่และน้ำ

     การใช้สบู่อ่อนหรือสบู่ที่เป็นกลางหรือสบู่สำหรับใช้กับเด็กล้างด้วยน้ำสะอาดวันละ 2-3 ครั้งอย่าให้มากกว่านี้เพราะจะทำให้แห้งไปและอาจจะเกิดปัญหากับผิวหนังได้ สบู่ที่ใช้ไม่ควรจะเป็นด่างมากเกินไป และไม่ควรที่จะถูแรงๆเพราะจะทำให้ผิวหนังพกช้ำและเกิดปัญหา

Benzoyl peroxide

     เป็นชนิดครีมหรือเจล 2.5% 5% 10% เมื่อทายาไว้บนผิวหนังปริมาณเชื้อและไขมันบนผิวหนังจะลดลง ยานี้จะมีระคายเคืองต่อผิวหนังจะทำให้ผิวหนังลอกหลุดเร็วขึ้น ทำให้ปริมาณหัวสิวลดลง ในระยะแรกของการใช้ยาอาจจะทำให้ผิวหนังแดงอักเสบจึงควรจะเริ่มใช้ยาในขนาดความเข็มข้นต่ำๆ ทาระยะเวลาสั้นเช่น 5-10 นาที แล้วล้างออก เมื่อผิวหนังทนต่อยาจึงเพิ่มความเข้มข้น และทาไว้นานขึ้นจนไม่ต้องล้างออก ทาวันละ 2 ครั้งเมื่อทาตามบริเวณลำตัวอาจจะทำให้สีเสื้อจางลง

แผลเป็นจากสิว

     หากเป็นสิวธรรมดาหัวขาวหรือหัวดำ เมื่อหายจะไม่เป็นแผลเป็น แต่หากเป็นสิวที่มีการอักเสบชนิด nodular หรือเป็นหนอง pustular เมื่อหายอาจจะทำให้เกิดแผลเป็นซึ่งพบได้หลายลักษณะ
- macule ลักษณะเป็นผื่นแดงไม่นูนซึ่งเกิดจากการอักเสบ รอยแดงอาจจะเป็นอยู่นานหลายเดือนกว่าจะจางหาย
- Post inflammatory hyperpigmentation คือเป็นรอยด่างดำหลังจากสิวหายแล้วอาจจะอยู่ได้นาน 18 เดือน เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง การป้องกันให้หลีกเลี่ยงแสงแดด อาจจะใช้ยาทาพวกวิตามินเอ หรือกรดผลไม้จะช่วยให้ผื่นจางลง

สาเหตุของการเกิดแผลเป็น

     เมื่อผิวหนังเกิดการอักเสบ ร่างกายจะจัดการแก้ไขโดยเม็ดเลือดขาวจะมาเก็บพวกเชื้อโรคและเซลล์ที่ตายแล้ว ร่วมกับปฏิกิริยาของการอักเสบ ทำให้เกิกดพังผืดบริเวณแผล

Add comment

Security code
Refresh

banner